ผู้เขียน: น้าแดง

  • จัดพอร์ตลงทุนยังไง ให้รอดตายในระยะยาว

    จัดพอร์ตลงทุนยังไง ให้รอดตายในระยะยาว

    ปัญหาที่เจออย่างหนึ่งของนักลงทุนคือจัดพอร์ตไม่เป็น ก็เรื่องอย่าเอาไข่ใบเดียวใส่ในตระกร้า ส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันถึงเรื่องกระจายความเสี่ยงอยู่แล้ว

    แต่การออกแบบพอร์ตให้รอดในระยะยาว เป็นศิลปะที่สำคัญมาก บางทีมันมากกว่าการเลือกตัวหุ้นเสียอีก เพราะถ้าจัดได้ดี วิ่งมาราธอนครั้งนี้ก็จะไปกันได้ยาวๆ แต่ถ้าจัดไม่ดี 100 เมตรแรกพอร์ตอาจโตดี แต่ผ่านไป 1 กิโลเมตร อาจพังได้

    วันนี้เลยจะมาเล่า concept ง่ายๆ คือ การจัดพอร์ตแบบผสมผสานระหว่าง ความมั่นคง และ การเติบโต

    คือ มั่นคงไปด้วย โตไปด้วยก็ได้

    ในวงการจัดการลงทุนเค้าเรียกกว่า core พอร์ต + sattelite พอร์ต นั่นเอง

    กล่าวคือในพอร์ต จะแบ่งหุ้นออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มมั่นคง เราจะเรียกมันว่า core port กลุ่มนี้เปรียบเสมือนหัวใจ แกนลำตัว ที่ห้ามตาย! ดังนั้น สินทรัพย์ลงทุนในกลุ่มนี้ จะต้องเป็นอะไรที่มั่นใจมาก ชัวร์มาก และยิ่งมีผลตอบแทนสม่ำเสมออย่างปันผล จะดีมากๆ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นพอร์ตหุ้น เราจะใส่หุ้น defensive ที่มี dividend สูงๆ ราคาไม่ผันผวน กำไรสม่ำเสมอทนทานกับภาวะเศรษฐกิจ เช่น พวกหุ้น น้ำประปา ทางด่วน ธนาคาร หรืออาจเป็น กอง REIT ท่องเที่ยว-อุตสาหกรรม หรือ Infra fund โทรคมนาคม ที่มาอายุสัญญาคงเหลือยาวนาน

    ส่วน satellite พอร์ต ก็เปรียบเสมือนแขนขาของร่างกาย โดยเราจะเน้นใส่หุ้นที่เล่นเป็น theme ด้าน growth ระยะสั้นๆ-กลางๆ-ยาวๆ เพื่อเอามาช่วยดันพอร์ตให้วิ่งเร็วมากขึ้น ซึ่งขึ้นชื่อว่า growth ก็แปลว่ามันจะมีความคาดหวังสูง

    high risk, high return คือ คุณลักษณะของ satellite พอร์ต ดังนั้นจะลด risk ได้ ก็ต้องทำการบ้านศึกษา theme นั้นเยอะๆให้แม่นยำ สิ่งที่ต้องระวังมากๆคือ theme นั้นชาวบ้านรู้กันหมดหรือยัง เราอาจเป็นคนสุดท้ายที่เข้าไปดอยได้

    จุดที่นักลงทุนพลาดบ่อยคือ เอาหุ้น satellite หรือ หุ้นตีม ไปเป็น core port ซึ่งอันตรายมาก เพราะความคาดหวังสูง เวลาพลาด มันจะตกแรงมาก

    เพื่อนๆคงเคยเห็นหุ้นสหรัฐ วันเดียวลงกัน 30-60% ก็ยังมี ถ้าเอาไปเป็น core port นี่ตื่นมาอาจช๊อคตายได้ หรือ หุ้นไทยบางตัวเจอปัญหาช่อโกง ก็ลงติด floor ได้เช่นกัน

    ตัวอย่างที่ผมแนะนำเพื่อนๆเสมอเวลาจัดพอร์ตคือปุ๋ยสูตร 60-20-20

    core port 60% เป็นหุ้นไทย defensive ที่มีปันผลสูง และไม่อยู่ในอุตสาหกรรมขาลง

    satellite ไทย 20% หา theme หุ้นไทยในปีนั้นๆเค้าเล่นอะไรกัน อ่านให้ขาด ฟาดเข้าไป เพื่อนรู้ไหมในปี 2024 มีหุ้นไทยวิ่งกันระดับ 50-300% เกือบ 30 ตัว หาไม่ยาก เล่นกับ theme ทั้งนั้น

    satellite สหรัฐ 20% เน้นไปที่หุ้น mega trend โดยเฉพาะหุ้นเบอร์ 1 หรือ 2 ของเทรนด์นั้นๆ

    เพียงจัดพอร์ตแบบนี้ คุณก็พร้อมสู้ทุกศึกแล้วล่ะ แขนขามีถลอกบ้างบางเวลา แต่หัวใจยังแข็งแรงไปได้เรื่อยๆ สู้กันยาวๆได้ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะ

    ปล. ลืมบอกว่า จัดแล้ว ก็เข้าศูนย์ เช็คสภาพเรื่อยๆนะ ทุกไตรมาสก็ยังดีครับ

  • จัดสเปคคอม เทรดหุ้น 3 จอ ลื่นหัวแตก ไม่เกิน 14,000 บาท

    จัดสเปคคอม เทรดหุ้น 3 จอ ลื่นหัวแตก ไม่เกิน 14,000 บาท

    เพื่อนๆหลายคนคงเคยไปถามร้านประกอบคอมพ์ว่า อยากประกอบคอมพ์เอาไว้ทำงาน หรือ เทรดหุ้น 3 จอ ต้องจัดสเปคยังไงบ้าง?

    ซึ่งหลายๆคนคงหน้าหงายกลับมาเพราะพี่ช่างก็จะจัดสเปคเทพฉีกกระเป๋ามาให้ ทั้งๆที่วัตถุประสงค์หลักเราจะเอาไว้เทรดหุ้น ไม่ได้เล่นเกมส์ หรือ ตัดต่องานกราฟฟิก

    แล้วยิ่งช่วงไหน Bitcoin พุ่งๆ ราคาการ์ดจอซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการประกอบคอมพ์ยุคนี้ ก็จะยิ่งพุ่ง ยิ่งสมัย Hash rate ไม่โหดแบบปัจจุบัน การ์ดจะมีดีมานด์สูงมาก ตกใบละ 6-7 หมื่น ก็เจอมาแล้ว

    แต่วันนี้กระแสเหมืองขุดเริ่มหมดไป แต่ถ้าเราไปถามซื่อๆกับร้าน ก็อาจเจอสเปคแบบ 3-4 หมื่น (ไม่รวม 3 จอได้) ซึ่งก็ไม่ไหวอยู่ดี

    พอดีผมได้ไปศึกษาเพิ่มเติม ก็ได้สเปคดีๆ แบบสบายกระเป๋ามาแนะนำดังนี้

    1. CPU คือหัวใจของเรื่องนี้ ต้องใช้รุ่น INTEL gen 12 รุ่น i5-12400 เพราะรุ่นนี้ มันมี GPU (graphic user interfase) อยู่ในนั้น ใช่ครับ เราไม่ต้องซื้อการ์ดจอ!! CPU ตัวนี้ 4,990 บาท
    2. เมนบอร์ด ใช้ Gigabyte B760M DDR4 เพราะมันรองรับปล่อยสัญญาณภาพ 3 ช่องพอดี VGA, Display port และ HDMI นั่นหมายความว่าเราต่อ 3 จอได้สบายๆ *แต่ต้องหาจอที่มีพอร์ตสอดคล้องกันด้วยนะ ตัว Gigabyte นี้ตก 3,050 บาท
    3. เลิกคบ HDD แล้วไป SSD สัก 512G ได้เลย 1,290 บาท
    4. ใส่ RAM DDR4 16GB เพื่อความลื่นปรื๊ด 1,150 บาท
    5. ที่เหลือก็ไม่ยากละตามชอบได้เลย Windows 11, กราฟ wifi TP-LINK AX1800 Wifi 6, เคสเบาๆ, Power Supply สัก 550w ก็เหลือเฟือ

    รวมเบ็ดเสร็จหมดไปเพียง 13,870 บาท ไม่รวมจอ แค่นี้ก็ได้คอมพ์ซิ่งๆเอาไปเทรดหุ้นได้แล้วครับ เหลือเงินอีก 2-3 หมื่น เอาไปลงคอร์สเรียนหุ้น หรือสมัคร TradingView หรือเอาไปลงทุนในหุ้น หรือ เหรียญ อะไรก็ได้สบายๆ

    หมายเหตุ : จอเดี๋ยวนี้ไม่แพง 2,300-4,500 บาท แล้วแต่แบรนด์ แนะว่าเน้น Hz สูงๆ 100-120 จะเนียนตาดีครับ แต่ถ้าจะเอาแค่เทรดจริงๆไม่แว๊บไปดูหนังนะ จอ 21 นิ้ว 2 พันนิดๆไม่ติดแบรนด์ มีให้เลือกเพียบ

    เพื่อนๆเอาสเปคนี้ไปคุยกับช่างร้านคอมพ์ได้เลย ผมประกอบที่ JIB ใกล้บ้าน ไม่คิดค่าประกอบ มีประกัน แต่ไม่มี sponsor นะ ฮ่าๆๆ