สวัสดีครับ content ของขวัญปีใหม่ 2568 แก่ลูกเพจทุกๆปี ปีนี้ขอสรุปประเด็นติดตามแต่ละ sector ให้นะครับ บันทึกมาจากการจัดรายการ LIB Talks ที่พูดคุยกันทุกๆเช้า สรุปสั้นๆแต่เร้าใจเอาไปใช้ติดตามต่อได้ครับ
ตลาดหุ้นจริงๆไม่มีอะไร ถ้าเราเข้าใจ ไม่ยึดติด งมงาย เลือกฟัง เสพ อย่างมีสติ ทำความเข้าใจมันก็พอไหว ยังไงดูเรื่องความเสี่ยงไว้ด้วยนะ หุ้นไทยมันมีแค่ 2 แบบ 1.ดีแล้วดีต่อ 2.แย่แล้วกลับมาดี
แต่สิ่งต้องระวังคือ “บริษัทไม่ดี” ซึ่งวิธีดูง่ายๆ คือ หุ้นขึ้นไม่มีเหตุผล, สภาพคล่องค่อยๆแย่ (ดู CFO, ดู cash cycle ก็อ่านออกไม่ยาก), จงใจ missed match funding (logic ง่ายๆ ไว้จะมาสอนนะ), แอบเอาเงินออกผิดประเภท (ย้ำเสมอว่า ผบห.เอาเงินออกที่ถูกต้อง และ แฟร์สุด คือ ปันผล) เอาล่ะ ไปกันเลย
พลังงานต้นน้ำ และโรงกลั่น ปัญหาปี 2567 คือ การใช้น้ำมันมันแย่กว่าคาด ตามภาวะเศรษฐกิจ และต้องไม่ลืมคือ EV ยังเป็นศัตรูที่แกร่งขึ้นเรื่อยๆ นี่ขนาดมีสงคราม และโอเปกก็ช่วยชะลอการขึ้นกำลังการผลิต ก็ทำได้เพียงประคองราคาน้ำมันได้แถว 70-80 เหรียญ ปีหน้า 2568 จีน สหรัฐ รบกันแน่นอน สิ่งที่จะทำให้กลับมาคือ มันรบกัน “เบากว่าคาด” แต่ถามว่ามันจะทำให้ราคาน้ำมันดิบ rally ไหมก็คงยากส์ เทรดดิ้ง swing trade ได้แค่นั้น buy & hold ไม่ใช่แน่ๆ จงเปลี่ยน mindset กับหุ้นกลุ่มนี้นะ กลุ่มนี้มี PTT PTTEP TOP BCP SPRC BSRC
ปิโตรฯ – อาการคล้ายๆกันกับข้างบน แต่ความหนักกว่าคือ กำลังการผลิตใหม่ new capacity ฝั่งจีนมาอีกเพียบว่ากันว่าจนถึงปี 2573 ถ้า ศก.ยังเป็นแบบนี้ จุดเปลี่ยนคือ หากจีนสวนหมัดสหรัฐ หลังทรัมป์แถลงนโยบายที่ปฏิบัติจริงในเดือน ม.ค. ด้วยมาตรการกระตุ้นแบบเศรษฐกิจแบบ “นิวเคลียร์” (รอบที่แล้วแค่บาซูก้า) ก็อาจดึงอุปสงค์กลับมาดึง spread Petro ให้ขึ้นได้บ้าง กลุ่มนี้ตลาดพร้อมเล่นนะ เพราะ valuation P/BV ต่ำมากๆ 0.5-0.7x กลุ่มนี้มี SCC IVL PTTGC IRPC แต่ถ้าจีนไม่สู้ แต่หุ้นไปเจาะตลาดอื่นแทนสหรัฐ มันก็กลับมาภาพเดิม
ปั๊มน้ำมัน – ปัญหาปี 2567 จริงๆคือ อุปสงค์ไม่มากพอ เลยมาซวยกับการที่รัฐแทรกแซงราคาขายปลีก ยังไม่พอ ราคาน้ำมันดิบผันผวนทำให้บริหาร stock ได้ยาก ใครที่ inventory days ยาวๆก็เหนื่อยหน่อย เช่น OR สิ่งที่ทุกบริษัทพยายามแก้คือ ทำธุรกิจ non oil ให้ปังให้ได้ ก็คือ ขายอาหาร ขายกาแฟ ว่ากันไป PTG เร่งกาแฟได้ดีนะมาเร็วมาก ส่วน OR ถ้าจะบอกว่า OKJ มาแรง แต่ว่ามันก็เล็กมากๆใน OR แถมถือหุ้นแค่ 20% จุดเปลี่ยนปี 2568 คือ เศรษฐกิจในประเทศก่อนนะ เอ้อจับตาปั๊มจีนด้วยนะ เริ่มเห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ
โรงพยาบาล – ปี 2567เหมือนเป็นการเปิดแผลให้มันชัดขึ้นของระบบสาธารณสุขไทย ต้นตอคือ งบประมาณไม่พอ การใช้จ่ายไม่พอเหมาะพอควร เราเลยเห็น ปัญหาเจรจาเรื่องประกันสังคมโรคซับซ้อน RW>=2, การเข้าสู่ระบบ Co-Pay ของประกัน (มีเรื่องฮา ลองไปเล่นดูนะ ตรวจ CT scan ถ้าบอกว่าเบิกประกัน 100 บาท แต่ถ้าบอกว่าจะจ่ายเองจะได้ราคา 50 บาท!!) อีกเรื่องคือ ตัวเลขผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะ ตอ.กลาง เริ่มไม่พุ่ง อันนี้ระวังหน่อยเพราะ ตอ.กลาง เค้าลงทุนด้าน healthcare facilities มากพอแล้ว เลยไม่ได้ต้องพึ่ง รพ.ในไทยมากเหมือนก่อนแล้ว จากทั้งหมดกำลังบอกว่า กลุ่มนี้ยังดีนะปัจจัย 4 แต่แผลเหล่านี้ทำให้กำไรอาจไม่แกร่งเหมือนก่อน rerating อาจเกิดขึ้น เมื่อก่อนเทรด P/E 25-35x อาจต้องถอยมา 20-25x ถึงจะเหมาะสมกับ สวล.ตอนนี้ เดาว่าเราอาจเห็นเรื่องการควบรวมเพื่อ synergy สู้กับ สวล.ใหม่
เนื้อสัตว์ – ปี 2567 เป็นปีที่ดีของพวกเค้านะ เพราะความติดขัดฝั่งอุปทาน (โรคระบาด น้ำท่วม) ทำให้ราคา ไก่ หมู ดีหมด แต่ปี 2568 นวค.มองกันว่าแม้ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์มีแนวโน้มจะลดลง แต่ราคาเนื้อสัตว์ก็จะลงด้วยจาก peak ในปี 2024 จะเห็นว่าตลาดคาดกำไรหดกันหมด ดังนั้น เวลาหุ้นถูกหมายหัวว่ากำไรมันลง พวก นลท.สถาบันเค้าจะยังไม่เล่น กลุ่มนี้น่าจะเหงากันใน 1H25 แล้วค่อยมาดูกันอีกที
ท่องเที่ยว – ปี 2567 แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะแถวๆ 35-36 ล้าน ตามเป้าทางการ แต่ แต่ มันก็ยังต่ำกว่าปี 2019 (Pre-COVID) ราว 8% ซึ่งถือว่าไม่ดีนะ เพราะเราอัดมาตรการเยอะมาก โดยเฉพาะ free VISA จีน แต่ผลที่ได้กลับมาไม่ดีเท่าที่ควร เพื่อนไป ตปท.มาบอก นทท.จีน แห่ไป ญี่ปุ่น เกาหลี เยอะมาก?? กลุ่มนี้วัดที่ฝีมือจริงๆบาง โรงแรม RevPAR พุ่งดีมากจากการสร้างจุดขายของตัวเอง แต่ที่เกาะกับอุตสาหกรรมกลับทำได้ไม่ดีนัก ส่วนสายการบิน BA AAV เล่นมารอ high season นานแล้ว (ออกตัวมาตั้งแต่กลางปี 2567) แม้ว่าวันนี้เราอยู่ high season ก็ตาม หุ้นก่องเที่ยวคงไม่ไปไหนแล้ว sideway ดูสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยปี 2568 จะมีอะไรใหม่ไหม เห็นวางเป้าเว่อร์วัง 40 ล้านคนเป็นสถิติใหม่ ยังนึกไม่ออกจะเอามุกไหนมาดัน
ขนส่ง – เรือตู้ เรือเทกอง โลจิสติกส์ ผันผวนทั้งปี 2567 คือ อธิบายง่ายๆได้ว่า ตราบที่อุปสงค์ มันน้อยกว่า อุปทาน เวลาหมาเห่าเนี่ย ค่าระวางมันพร้อมลงได้ทันที และบนสถานการณ์สหรัฐ-จีน เตรียมรบกัน ทุกคนเลยเข้าสู่โหมดระวัง wait & see เป็นหลัก แต่มีจุดน่าสนใจคือ PSL (เรือเทกอง ซึ่ง ผบห.เก่งมากเรื่องการซื้อขายเรือ คือ เค้ามองเรือ คือ Asset play) ทำเทนเดอร์ซื้อเรือ VL (เรือ tanker ขนน้ำมันสำเร็จรูป) อันนี้มันสะท้อนว่า valuation เรือบางประเภทถูกเกินเหตุมากๆ ดังนั้น ถ้าใครมองเรือเป็น asset play เหมือนเค้า การลงทุนใน pure play เรือแบบยาวๆๆๆๆ ก็น่าสนใจ แต่ถ้าใครมอง earnings play เวลานี้ยังไม่ใช่
ธนาคาร – ธนาคาร ก็ยังเป็นธนาคาร นี่ยังนึกไม่ออกตั้งแต่จำความเข้าตลาดได้ เคยขาดทุนบ้างไหม(ฮา) ปี 2567 นี้ประคองตัวรักษากำไรได้ ระมัดระวังตัวมาก เราง่ายๆงดปล่อยสินเชื่อ เก็บกินลูกหนี้ดีๆต่อไป บีบคอคนที่พอมีกำลัง ก็เอาตัวรอดได้สบายๆ กลุ่มรู้ว่ายังไง ธปท.ต้องรักษาระบบสถาบันการเงินไทย ล้มไม่ได้ ต้องแข็งแรงไว้ก่อน ยังไงก็ไม่โดนทำร้ายนะ ขนาดมาตรการ “คุณสู้เราช่วย” ธนาคารยอม waive ดอกเบี้ยให้ 3 ปี ธปท.ก็ช่วยธนาคารด้วยการลดเงินนำส่งกองทุน FIDF ให้ 50% งานนี้มองภาพใหญ่คือ “หยุด NPL ไม่ให้เพิ่ม เพื่อหวัง Loan กลับมา Growth ให้ ศก.เดินต่อนั่นเอง” ดังนั้น สายปันผลลูบปากเลย แบงก์ไทยแข็งแรงมาก การ drain ปันผลออกมาเพื่อเร่ง ROE ยังเป็น motto หลักของเค้า โอกาสเห็น bottom out มีสูงมาก (แต่หุ้นก็ขึ้นมาประมาณนึงละนะ) จุด sprint คือ เมื่อไหร่เป็น Loan growth กลับมาบวกได้ เมื่อนั้นแหละ rerating ทางขึ้นจะมา มองเป้า P/BV 1.0 เท่าได้เลย
ไฟแนนซ์ – รับไม้ต่อจากธนาคาร ปี 2567 นี้เหนื่อยมากกับการแก้ NPL ประคองหนี้ Stage 2 อย่าให้ไหลลงมาเป็น NPL มาก ซึ่งสัญญาณเริ่มดีใน 3Q67 บ้างแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นกลุ่มที่เข้าร่วมโดยตรงกับโครงการฯ แต่ก็เป็นกลุ่มที่ ธปท.บอกกำลังพิจารณา (ประเด็นคือ ไฟแนนซ์ไม่ได้จ่าย FIDF และที่ผ่านมาก็โดนกดเพดานดอกเบี้ยมาหลายรอบแล้ว จนบ่นกันว่า ถ้ากดกว่านี้ก็เลิกทำดีกว่า เมิงมาทำเองเหอะ ทำให้ ธปท.ยังหาท่ามาเล่นไม่ได้) กลุ่มนี้ยังต้องจับตา NPL ต่อไป และคล้ายกัน Loan กลับมา Growth ชัดๆได้ rerating มาเช่นกัน ตอนนี้เทรดครึ่งนึงของภาวะปกติ(ก็พอเข้าใจได้)
อสังหาฯ – เอาหน่อยก็ได้ ปี 2567 นี้ถ้าดูกำไรถือว่าโอเคนะ ยอดโอนก็พอมีใน segment ที่พอมีตังค์ real demand ยังพอมีใน mid-high end โดยเฉพาะ บ้านจัดสรร แต่ว่ายอดเปิดตัวโครงการนี่ missed กันเป็นว่าเล่น ผู้ประกอบการก็อ้างนู่นนี่ แต่จริงๆมันก็ไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจแหล่ะ ผนวกกับยอดปฏิเสธสินเชื่อยังสูง (แม้ว่าบาง บจ.จะ screen ตั้งแต่แรกแล้วนะ) อาการยังหนัก วันก่อนไปอ่านบทวิจัยอสังหาฯ absorption rate ระบายสต๊อกบ้านเรายังช้า 1.9% หรืออีก 49 เดือนถึงจะหมด นี่ร่ำนายกจะผลิตบ้านให้ผู้มีรายได้น้อยมาอีก โอ้ว!! ปี 2568 น่าจะเป็นปีแห่งการ refinance หุ้นกู้กันเป็นหลัก แม้ว่า ธปท.จะลดดอกเบี้ยให้แล้ว 1 ดอก แต่เชื่อขนมได้เลยว่าดอกเบี้ยรอบ refin ใหม่แพงกว่าเดิมแน่นวล จาก industry ที่ยังเปราะบาง นลท.มีประสบการณ์กับหุ้นกู้เยอะแล้ว รอบนี้ฉลาดขึ้นเยอะ เดาว่าอาจมีระเบิดลงในบาง บจ.ที่ติดขัด refin ไม่ได้อีก ดูดีๆนะ แต่ยอมรับนะ valuation ถูกและดึงดูดใจมาก เซียนหุ้นดังๆ ก็โตจากหุ้นอสังหาฯเยอะ แต่เค้าซื้อตอนพังในหุ้นที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งนะ ดูดีๆเช่นกัน
ค้าปลีก และบริโภค – ปี 2567 ก็โอเคนะ กำไรก็ฟื้นตามสภาพตัว C ที่ฟื้นมาจากฐานต่ำ ก็ได้รัฐบาลสักที การผลักดันต่างๆก็มาตามนัดบ้าง ไม่ตามนัดบ้าง แต่จะคิดกันบ้างไหมว่า e-commerce เป็นอะไรที่แย่งยอดขายไปเยอะมาก ปีหน้ามีความเสี่ยงนึงที่ควรตระหนักคือ หากจีนทานสหรัฐไม่ไหว สินค้าจีนราคาถูกมันจะไหลมาบ้านเรานี่แหล่ะ ดังนั้นปีหน้าสู้กันดุเดือดแน่นอน ไม่รวมเรื่องดราม่าที่ยังไม่จางหาย ถ้ารักจะเล่น ก็ไม่ควรไล่หุ้นนะ อดทนรอคอยที่แนวรับสำคัญน่าจะดีกว่า ส่วนกลุ่มร้านอาหาร พวกสาขาน้อยฐานต่ำ น่าจะยังเป็นที่สนใจต่อไป ส่วนพวกเครื่องดื่ม คงต้องรอปรับฐานให้เรียบร้อยก่อนค่อยว่ากัน
REIT IFF ปันผล – กลุ่มนี้คิดว่ายังปลอดภัยนะ แม้ว่าแนวโน้มเฟดอาจลดดอกเบี้ยไม่เยอะเท่าที่ตลาดอยากได้ (อยาก 4 อาจได้แค่ 2) ทำให้ความ sexy ด้อยลงไปนิด แต่ว่ายังไงดอกเบี้ยยังเป็นขาลงสู่ มาคิดอีกแง่ทรัมป์ก็ไม่ชอบดอกเบี้ยสูงอยู่แล้วด้วย ใครมีเงินนะ รอสอยหุ้นในจังหวะที่ราคาหล่นจนเกิด yield สูงๆขณะที่การดำเนินงานยังเป็นปกติ ผมยังชอบพวกอิงท่องเที่ยว โทรคมนาคม เหมือนเดิม
สารพัดตีม –
// เรื่อง Data center อันนี้มาแน่ ปี 2568 เป็นปีแห่งการลงมือทำ แต่จงระวัง มันมีของจริงและของปลอมที่แอบสอดมาเล่นข่าวแบบนี้ด้วยดูดีๆ และที่ย้ำคือ ลำดับการเล่นที่ถูกต้อง อย่าเพิ่งไปเล่นข้ามลำดับการพัฒนาเร็วเกินไปนะติดดอยไม่รู้ด้วย (ที่ผมเข้าใจลำดับนะ นิคม-รับเหมาดาต้าเซ็นเตอร์-วัสดุที่เกี่ยวข้อง-โรงไฟฟ้าแบบ Private PPA-พวกการเชื่อมต่อ network gateway-พวก implement ด้าน s/w clients-พวก transformation) // เรื่อง Digital banking ธปท.จะให้ license กลางปี 2568 เพื่อรันกลางปี 2569 ย้ำว่า 2 ปีแรกขาดทุน winner คือ คนที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วเยอะ (ไม่จำเป็นต้องลูกค้าธนาคารนะ)
// เรื่อง Entertainment complex ก็ทะเลาะกันอยู่ แต่จริงๆนะ ผมว่าควรไปทำในจังหวะทางผ่านที่ไม่ใช่ท่องเที่ยวไปเลย จะได้กระจายความเจริญ และต้องมีระบบ screen คนไทยดีๆ
// เรื่อง new EPL broadcasting อันนี้น่าสนุกมาก ไม่ go big ก็ go home มาลุ้นว่า gap เกือบ 5 หมื่นล้านบาท ของสัมปทานเรา กับ ยุโรปตะวันออก ในระยะเวลา 6 ปีเท่ากัน ผู้ประกอบการใหม่จะดึงคนจากช่องทางธรรมชาติได้เยอะไหมจาก potential mkt. 6 ล้านคน vs คนดูถูกกฎหมายวันนี้ 1.2 ล้านคน การตลาด 4P ได้ใช้กันเต็มที่แน่นอน จุดดีของวันนี้คือ technology streaming นี่แหล่ะที่มันจะเปลี่ยนภาพที่แตกต่าง เอาไปรอดูกัน
// แถมตีม US ฝากดูเรื่อง Quantum computing ด้วยนะ ใกล้จะ commercial ได้จริงๆจังๆแล้วไม่เกิน 10 ปี(ฮา) หลัง Google ทำชิป Willow ได้แล้ว ค่อยๆศึกษากันนะ
เอาประมาณนี้ละกันครับ สำหรับบทสรุปปี 2567 และประเด็นปี 2568 ที่ต้องติดตาม หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ แล้วเจอกันในรายการ LIB Talks ทุกเช้า 8.15 น. นะจ๊ะ สวัสดีปีใหม่ 2568 ขอให้เพื่อนสุขภาพแข็งแรง เอาตัวรอดได้ในตลาดที่ยากขึ้นทุกปีนะ


พิมพ์ข้อความได้ที่นี่