ป้ายกำกับ: OKJ

  • ทำไม OKJ  ถึงปรับตัวลงแรงติด floor -30% วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?

    ทำไม OKJ ถึงปรับตัวลงแรงติด floor -30% วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?

    (1.) OKJ รายงานกำไรสุทธิงวดปี 2024 ที่ 202 ลบ. +43% y-y มันก็ดูดี สาขาเพิ่มจาก 33 เป็น 41 สาขา อัตรากำไรขั้นต้น 44.5% พอๆปีก่อน 45.2% ภาพใหญ่ดูดีมีการโต แต่ในโลกลงทุนตลาดจะ monitor งบไตรมาสด้วย ซึ่งความสำคัญคือ เพื่อดูว่า ไตรมาสที่ออกมานี้ มันสนับสนุนภาพใหญ่หรือเปล่า ซึ่งและ crack งบไตรมาส 4Q24 ออกมาดูก็พบว่า มันไม่ได้ดีเท่ากับความคาดหวัง 👉 งบปีเอาไว้มองภาพใหญ่ งบไตรมาสเอาไว้ recheck ว่าแผนใหญ่ยังเดินไปทางนั้นไหม

    (2.) งบ 4Q24 กำไรสุทธิ 39 ลบ. หดแรง -35% q-q และแน่นอน มันยังโต +7% y-y เพราะมีขยายสาขา แต่ประเด็นคืออัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 43.9% จาก 44.7% ในปีก่อน และ 45.2% ในไตรมาส 3 ซึ่งในโลกธุรกิจ การหายไประดับ 1% ก็ต้องตระหนัก และยิ่งไปดูบรรทัดสุดท้าย อัตรากำไรสุทธิ เหลือเพียงแค่ 5.6% จาก 7.4% ปีก่อน และ 6.8% ในไตรมาส 3 ส่งสัญญาณที่ไม่น่าไว้ใจ 👉 อัตรากำไรขั้นต้นที่หายไปรายไตรมาส เป็นสิ่งที่ต้องตระหนัก

    (3.) ความคาดหวังอย่างมากก่อนหน้าคือเครื่องดื่ม Oh Juice! ซึ่งเป็นน้ำผักผลไม้ราคาแพง เปิดตัวในไตรมาส 3 ซึ่งมีอัตรากำไรสูงมาก นลท.หวังว่าการเริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส 4 มันจะยิ่งทำให้อัตรากำไร 4Q24 ควรจะสวยมาก แต่มันให้ภาพตรงข้าม ซึ่งใน MD&A อธิบายว่าไตรมาสนี้เจอ ค่าเช่า ค่าขนส่ง ค่าพนักงาน บั่นทอนกำไรออกไป ขณะที่การเปิดตัวสินค้าใหม่ในพื้นที่ใหม่อย่างอีสาน การออกแบรนด์ใหม่(Oh Juice!) มันต้องใช้ค่า start-up การตลาดที่สูงอยู่ MD&D ระบุว่ามีการใช้ Brand Admirer ด้วย ตัวเลข ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเลยพุ่งจาก 34.6% ปีก่อน เป็น 37.1% ในปีนี้ 👉 เวลาเปิดตัวอะไรใหม่ อย่าเพิ่งไปมองโลกสวยถึงผลที่จะได้ แต่ให้มองต้นทุนในช่วงแรกๆด้วย

    (4.) ยอดขายต่อสาขาเดิม SSSG ที่ 4Q24 พลิกเป็น -1.8% แม้ยอดรวมทั้งปี +7.7% ทำให้เกิดภาพหลอน เพราะธุรกิจอาหารสิ่งสำคัญคือ การซื้อซ้ำกินซ้ำ เพื่อประคองยอดขายสาขานั้นๆ ยิ่งคนกินซ้ำ และ มีคนมากินเพิ่ม(ด้วยความชอบ หรือ ด้วยการมีสินค้าใหม่ให้ลอง) จะทำให้ SSSG นี่เป็น + ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่ง นลท.สถาบันเค้าจะดูกันมาก การเห็น SSSG ใน 4Q24 เป็น ลบ ทำให้เกิดความกังวลว่า คนหายเห่อหรือเปล่า? หรือ ศก.มันอาจแย่มากๆจนกินไม่ไหว ซึ่ง คหสต.นะ ผมว่าเค้าตั้งราคาแรงไปหน่อย GPM ระดับ 45+/-% ถ้ากดลงราคาลงมานิดให้คนเข้าถึงง่ายหน่อยน่าจะดี เพราะอาหารเพื่อสุขภาพใครๆก็ชอบ แต่ถ้ามันแพงไป ก็นานๆค่อยเจอกันที แต่ถ้าราคาลงมาให้เข้าถึงง่าย ร้านก็อาจได้ขายทำรอบต่อวันได้มากขึ้น เผลอๆ GPM แทบจะไม่ลด แต่ได้ NPM พุ่งๆก็ได้ แถมการขยายสาขาก็ง่ายด้วย คิดดูว่าอาหารแพงๆ มันจะไปจำกัดการขยายสาขาในต่างจังหวัดนะ เหมือนกับที่ After You เจออยู่ การวาง position ของสินค้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ไม่มีใครรู้ว่าถูกผิดต้องใช้เวลาพิสูจน์ 👉 ตัวเลข SSSG สำคัญมาก เพราะมันบอกแทบจะทุกอย่างของธุรกิจบริการ ที่ต้องการการซื้อซ้ำ ซื้อเพิ่ม เมื่อไหร่ ไม่ซื้อซ้ำ ไม่ซื้อเพิ่ม เป็นสิ่งที่ต้องระวัง

    (5.) จากความคาดหวังที่สูงมาก ว่าจะโตดี โตปัง มาร์จิ้นขยาย แต่พองบไตรมาส ทำให้เอ๊ะว่า มันไม่ง่ายขนาดนั้น ความคาดหวังที่สูงจนดัน P/E25E พุ่งไปไกล 26.5x ขณะที่เพื่อนๆร้านอาหารอยู่ 17.0x (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 55%) ทำให้มีแนวโน้มที่ นวค.ต้องปรับประมาณการกำไรลง และแน่นอนว่า Valuation P/E ที่เคยสูงมาก ก็จะถูกลดทอนลงด้วยเพราะมันไม่ได้สวยงามขนาดทุ่งลาเวนเดอร์ 👉 เมื่ออะไรมันไม่สวยตามคาด P/E จะต้อง derate ลงมาหาระดับที่สมเหตุสมควร

    (6.) ฉากถัดไป ผบห.ก็ต้องมาอธิบายถึงไส้ในที่แย่กว่าคาด และแนวทางในการพามันกลับมาอยู่ในร่องในรอยของความคาดหวังก่อนหน้า นลท. ควรเฝ้าติดตามให้ดีนะครับ แต่ใจเย็นๆ หันมาดูศักยภาพของเค้า ผมก็ยังดีนะ แค่มัน missed จากที่ตลาดเคยคิด เพื่อนๆอาจใช้ floor P/E 17.0 + x เท่า ที่เพื่อนเชื่อก็ได้ว่า OKJ ยังควรมี premium จากกลุ่มเท่าไหร่ เป็นจุดรับของการลงทุนระยะยาวรอบถัดไปก็ได้ครับ รอบนี้ถือว่าได้เรียนรู้กันไป 👉 ความคาดหวังสูง เวลาผิดคาด จะโดนลงโทษแรงมาก และหุ้นจะวิ่งหาจุดที่ตลาดเชื่อว่าเหมาะสมกับความเป็นจริง ดังนั้นไม่ต้องรีบหวดก็ได้ รอแรงขายหมด ก็อาจบอกว่าตรงนั้นแหล่ะ

    คิดเห็นอย่างไร แลกเปลี่ยนไอเดียกันครับ 😊

    สมัครดูกราฟ Trading View ฟรี กดที่นี่