ป้ายกำกับ: Fear&Greedindex

  • Fear & Greed Index คืออะไร?

    Fear & Greed Index คืออะไร?

    #FearAndGreedIndex ทุกๆครั้งที่ตลาดหุ้นเหวี่ยงแรงๆ ส่วนใหญ่มันก็ขับเคลื่อนด้วย “กลัวจัด” หรือ “โลภสุดๆ” โลกตลาดทุนก็เลยพยายามเปลี่ยนอารมณ์เหล่านี้เป็นตัวเลขเพื่อสะท้อนอารมณ์เหล่านั้น ซึ่งก็นำมาซึ่งการสร้าง Fear & Greed Index สร้างสรรค์โดย CNN ครับ

    ที่มา CNN

    Fear & Greed Index คือดัชนีที่ CNN พัฒนาขึ้นมาวัด “อารมณ์ในภาพรวม” ของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ ว่าตอนนี้ตลาดกำลังอยู่ฝั่งกลัว (Fear) หรือฝั่งโลภ (Greed) ขนาดไหนใช้สเกลง่ายๆ 0–100

    คะแนน

    0–24 = Extreme Fear (กลัวขั้นสุด)

    25–44 = Fear (กลัว)

    45–55 = Neutral (กลางๆ)

    56–75 = Greed (เริ่มโลภ)

    76–100 = Extreme Greed (โลภจัด)

    แต่ตัวเลขนี้ มันคือ “อุณหภูมิอารมณ์ตลาด” ณ ตอนนั้น ไม่ใช่ค่าทำนายอนาคตนะว่าตลาดจะขึ้นต่อ หรือลงต่อ

    คราวนี้ไอ่ 0–100 : มันคิดมาจากอะไรบ้าง?

    คำตอบคือ CNN เอา 7 indicators ในตลาดจริงๆ มาคิดเป็นคะแนน แล้วแปลงแต่ละตัวให้เป็นสเกล 0–100 เช่นกัน ก่อนที่เอามาเฉลี่ยกันทั้ง 7 ตัว

    7 มีดังนี้ :

    1. Stock price momentum – โดยจะดูว่าดัชนี S&P 500 ตอนนี้อยู่เหนือหรือต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 125 วัน แค่ไหน ถ้าสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาก = ตลาดกำลัง “มั่นใจจัด” → เอนไปทาง Greed แต่ถ้า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเยอะ = ตลาด “เครียดละ” → ก็คือเอนไปทาง Fear

    2. Stock price strength – จะนับจำนวนหุ้นที่ทำ New High 52 สัปดาห์ เทียบกับ New Low 52 สัปดาห์ ถ้า High เยอะกว่า Low มากๆ = ภาวะ risk-on คนมั่นใจ → Greed ในทางตรงข้าม Low ท่วม High = ตลาดท้อใจ → Fear

    3. Stock price breadth – เค้าจะดูว่า ปริมาณซื้อของหุ้นที่ขึ้น เทียบกับ ปริมาณขายของหุ้นที่ลง มันเป็นยังไง ถ้า Volume ไหลเข้าหุ้นขาขึ้น = ตลาดพร้อมเสี่ยง → Greed และในทางตรงข้าม Volume ไปกองฝั่งหุ้นลง = ตลาดหนีความเสี่ยง → Fear

    4. Put/Call Options – ก็ดูสัดส่วนปริมาณซื้อ Put vs Call options ง่ายๆคือ

    คนแห่ซื้อ put (ประกันขาลง) เยอะ = กลัว

    คนเน้น call (เก็งขาขึ้น) เยอะ = โลภ

    5. Market volatility (VIX) – ใช้ดัชนี VIX ซึ่งสะท้อนความผันผวนคาดการณ์ของ S&P 500 ซึ่งถ้า VIX พุ่งๆสูงผิดปกติเทียบอดีต = กลัว ส่วนเมื่อ VIX ต่ำๆนอนๆ = ตลาดสงบชิลๆเกินเหตุ ไม่ค่อยกลัว = โลภ

    6. Safe haven demand – เอาผลตอบแทน หุ้น vs พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ถ้าเงินไหลเข้าพันธบัตร (ของปลอดภัย) มากกว่าหุ้น = นักลงทุนกำลังกลัว และถ้าเงินไหลเข้า equity มากกว่าบอนด์ = ก็เริ่มมั่นใจ → Greed

    7. Junk bond demand – เค้าจะเอาส่วนต่างยีลด์ของ High-yield (junk) bond เทียบกับ Treasury สเปรดแคบ = คนยอมเสี่ยงไปซื้อพันธบัตรเครดิตต่ำๆ → เท่ากับ Greed ส่วนถ้าสเปรดกว้าง = นักลงทุนไม่เอาความเสี่ยงเลย ยีลด์ดีแค่ไหนก็ไม่เอา → เท่ากับ Fear นั่นเอง

    จากนั้น CNN จะเอาทั้ง 7 ตัวนี้มาทำคะแนนเป็น 0–100 แล้วเฉลี่ย กลายเป็นค่า Fear & Greed index ที่เราเห็นบนหน้าเว็บวันต่อวันนั่นเองฮะ

    ดู Fear & Greed Index ได้จากที่ไหน? ก็เว๊บนว CNN Business ค่านี้อัปเดตรายวันตามข้อมูลตลาดจริงเลยครัช ส่วนบางเจ้า เช่น MacroMicro, Finhacker จะเอาค่าจาก CNN มาทำกราฟยาวๆ ไว้ดูสถิติย้อนหลังด้วย จะได้เห็น เช่น ช่วงวิกฤตโควิด 2020 หรือช่วง panic ใหญ่ๆ ว่าดัชนีลงไปต่ำแค่ไหน

    เวลาอ่านค่า นำไปใช้

    Extreme Fear – บ่อยครั้งตลาดจะลงแรง คนแห่หนี เสียงในตลาดจะเต็มไปด้วยข่าวร้าย ก็อาจสะท้อนว่า “ส่วนหนึ่ง” ของความเสี่ยงถูกสะท้อนไปในราคาแล้ว ชาวสวนถือเป็นโอกาสเริ่มทยอยสะสม ถ้าพื้นฐานยังดีอยู่

    Extreme Greed – อาจสะท้อนว่าราคาอาจวิ่งแรงกว่าพื้นฐาน คนเริ่มพูดแต่เรื่องรวยเร็ว FOMO หนัก กาวกันยับๆ อันนี้ก็ใช้เป็นธงเตือนว่า “อย่าลืมถามตัวเองว่าตลาดไปไกลเกินพื้นฐานหรือยัง”

    แต่จุดสำคัญที่ต้องย้ำ คือ Fear & Greed Index เป็นเหมือน “ภาพถ่ายอารมณ์วันนี้” ไม่ใช่สัญญาณเข้าออกนะจ๊ะ!!

    น้าว่า ถ้าให้ใช้แบบมีประสิทธิภาพ ควรเอาพวก Valuation และพื้นฐานมาประกอบดูด้วย ที่สำคัญระวังเรื่อง leverage ด้วยนะ ถ้าตลาดกำลัง Greed หนักๆ ขณะที่เราใช้ Leverage เยอะๆ ถ้าตลาดเริ่มแตก พอร์ตก็ระเบิดได้เลยนะ ดังนั้นเราก็อาจเอาดัชนีพวกนี้ใช้ในการวางแผน money mangement ก็ไม่เลวนะครับ 😊