หลายคนคงยังคงเข็ดหลาบ และขาดทุนอยู่กับกองทุนประหยัดภาษี ตั้งแต่ร่างเดิม LTF ไปจนถึงร่างใหม่ SSF RMF และ ร่างล่าสุดที่กำลังจะมาหลอกหลอนเรา Thai ESG
จริงๆเครื่องมือเหล่านี้ ถือว่าดีมากนะ นอกจากจะช่วยประหยัดภาษีตามวัตถุประสงค์แล้ว จริงๆมันช่วยเรากระจายความเสี่ยงได้ดี เพียงแต่ว่า ความเข้าใจที่ผิดๆ มันเลยกลายเป็นตัวทำลายความมั่งคั่งเสียนี่
ทุกอย่างแก้ไขได้ วันนี้มาแก้พอร์ตด้วย 3 วิธี กัน
- ปรับ mindset ก่อนว่า “ประหยัดภาษี” คือของแถมนะ ไม่ใช่อาหารหลัก อาหารหลักของเราคือ ลงทุนในกองไหนที่จะมีกำไร เราต้องยึดหลักนี้ก่อน เพราะมันจะทำให้เรา ปราณีตในการเลือกกอง ไม่ใช่เลือกมั่วซั่วเพราะจะเอาแค่ประหยัดภาษี
- ระวังกระจุกตัว!! แม้ว่าเกมส์กองทุนลดหย่อนภาษี มันจะเป็นเกมส์หวังผลระยะยาว ดังน้้นการกระจายความเสี่ยง Diversify เป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะสิ่งที่ถูกวันนี้ พรุ่งนี้มันผิดได้ ดังนั้น ควรกระจายมันออกไป ทั้งระหว่าง Asset class และระหว่าง Segment เช่น ไม่ใช่มีกองหุ้นอย่างเดียว แต่ควรมีกองตราสารหนี้ด้วย …. ไม่ใช่กองหุ้นพลังงานอย่างเดียว ก็ควรมี Healthcare หรือ Technology ด้วย …. ไม่ใช่มีตราสารหนี้ไทยอย่างเดียว กองตราสารหนี้ต่างประเทศ ก็ควรมีด้วย เป็นต้น จงระวังการลงทุนซ้ำๆกองเดิมมากไป จนพอร์ตมันกระจุกตัว เพราะมันอาจเจ๊งยาวๆได้นะ ดังนั้น Allocation สำคัญ จงระวังการลงทุนซ้ำๆในกองเดิม หรือ นโยบายของกองที่ใกล้ๆกัน มันจะทำให้พอร์ตกระจุกตัว และเพิ่ม Risk ให้พอร์ตนั่นเอง
- Switching ควรหัดทำด้วยนะ ทางอุตสาหกรรม มันเคยดี แต่ข้างหน้ากำลังจะไม่ดี เราก็อย่าไปเพิ่มน้ำหนักซ้ำๆในกองทุนเหล่านั้น เราจำเป็นต้องดูให้ออก(ซึ่งไม่ยาก)ว่า อุตสาหกรรมไหนจะมา จะไป ตัวอย่างง่ายๆ พลังงานฟอสซิล(น้ำมัน) ยังไงก็ยากที่จะเป็นขาขึ้น โลกพยามเน้นพลังสะอาด รถ EV มาเรื่อยๆ ยังไงพลังงานฟอสซิลก็ตายวันยังค่ำ ดังนั้น อย่าเอาเงินใหม่ถมหรือถัวไปกับกลุ่มนี้ จงค่อยๆลดน้ำหนักออกมา และ/หรือ เอาเงินใหม่ไปใส่ใน sector อื่นที่เป็นขาขึ้นแทน
ซึ่งเพื่อนๆรู้ไหมว่าสามารถสลับกองเหล่านี้ได้โดยยังไม่เสียสิทธิทางภาษีนะ แต่ว่าต้องเปลี่ยนกับกลุ่มเดียวกัน RMF กับ RMF หรือ SSF ก็ต้องกับ SSF โดยถ้าเปลี่ยนในภายใต้ บลจ.เดียวกันจะง่ายที่สุดครับ

