ป้ายกำกับ: bondyield

  • บอนด์ยีลด์ กับ ตลาดหุ้น เกี่ยวข้องกันยังไง

    บอนด์ยีลด์ กับ ตลาดหุ้น เกี่ยวข้องกันยังไง

    Bond yield หรือผลตอบแทนพันธบัตร เป็นตัวชี้วัดทางการเงินที่มีผลกระทบต่อทั้งตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงของ bond yield มักสะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอนาคต

    ซึ่งเรื่องนี้จะเล่าให้ฟังถึงถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของ bond yield ปัจจัยที่กำหนดทิศทางดังกล่าว และผลกระทบต่อทิศทางตลาดหุ้นในรูปแบบที่เข้าใจง่ายๆนะ

    Bond Yield คืออะไร และมันเคลื่อนไหวอย่างไร?

    Bond yield หมายถึงผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตรเอกชนในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งตัวเงินมักจะตายตัว เป็น % เทียบกับราคาหน้าตั๋ว

    สมมติราคาซื้อหน้าตั๋ว 1000 บาท ก็ coupon 5% ก็แปลว่าผลตอบแทนปันผล 50 บาท ขณะที่หากราคาตลาดลงไปเหลือ 950 บาท ปันผลเท่าเดิม 50 (อิงกับหน้าตั๋วเดือม) ผลตอบแทนที่ได้ = 50/950 = 5.3% อันนี้แหล่ะเรียกว่า Bond yield

    ซึ่งโดยปกติ bond yield จะเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคาพันธบัตร กล่าวคือ:

    • เมื่อราคาพันธบัตรเพิ่มขึ้น: Bond yield จะลดลง
    • เมื่อราคาพันธบัตรลดลง: Bond yield จะเพิ่มขึ้น

    การเปลี่ยนแปลงของ bond yield ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น:

    1. นโยบายการเงินของธนาคารกลาง: เมื่อธนาคารกลางขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย bond yield มักจะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนของเงินเพิ่มขึ้น ที่เห็นบ่อยๆก็ Fed หรือ กนง. เป็นต้น
    2. การคาดการณ์เงินเฟ้อ: หากนักลงทุนคาดว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น bond yield จะปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน เพื่อชดเชยการลดค่าของเงินในอนาคต ดังนั้นเวลาดอกเบี้ยขาขึ้น พันธบัตรออกใหม่ต้องให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
    3. ความต้องการพันธบัตร: หากมีความต้องการพันธบัตรสูง ราคาจะเพิ่มขึ้น ทำให้ bond yield ลดลง อันนี้เป็นเรื่อง demand & supply
    4. สถานการณ์เศรษฐกิจ: ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย นักลงทุนมักหันไปถือพันธบัตรที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ราคาพันธบัตรเพิ่มขึ้นและ bond yield ลดลง อันนี้เป็นเรื่อง risk management

    การเคลื่อนไหวของ Bond Yield ในช่วงที่ผ่านมา

    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bond yield มีการเคลื่อนไหวดังนี้:

    • ปี 2008: Bond yield ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงไปอยู่ที่ประมาณ 2% เนื่องจากวิกฤตการเงินโลก นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตรรัฐบาล
    • ปี 2013: Bond yield เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 3% หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ประกาศแผนลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (Taper Tantrum)
    • ปี 2020: ในช่วงการระบาดของโควิด-19 Bond yield ลดลงต่ำสุดที่ประมาณ 0.5% เนื่องจาก Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยและใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ขนานใหญ่
    • ปี 2022: Bond yield เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไปแตะระดับประมาณ 4% หลังจาก Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่สูง

    การเคลื่อนไหวในแต่ละช่วงเวลาแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากปัจจัยทั้งทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินที่ส่งผลต่อ bond yield อย่างมีนัยสำคัญ

    ความสัมพันธ์ระหว่าง Bond Yield และตลาดหุ้น

    Bond yield ค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับตลาดหุ้น โดยความสัมพันธ์นี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบใหญ่ ๆ:

    1. ความสัมพันธ์เชิงลบ:
      • เมื่อ Bond yield เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมของบริษัทจะเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัท และอาจทำให้นักลงทุนลดการถือครองหุ้น เพราะมองว่ากำไรบริษัทจะลดลง
      • Bond yield ที่สูงขึ้นทำให้พันธบัตรน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้น ซึ่งอาจดึงดูดเงินทุนออกจากตลาดหุ้นไปยังตลาดพันธบัตร พวกกอง hybrid จะทำแบบนี้
    2. ความสัมพันธ์เชิงบวก:
      • ในบางกรณี Bond yield ที่เพิ่มขึ้นอาจสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมหรือการบริโภค ก็ได้เช่นกัน จะเห็นว่า ในบางจังหวะ Bond yield ขึ้น ตลาดหุ้นก็ขึ้นได้เช่นกันนะ

    Bond Yield ที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร?

    • หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี: Bond yield ที่เพิ่มขึ้นมักส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากบริษัทในกลุ่มนี้มักพึ่งพาการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของ bond yield ยังทำให้กระแสเงินสดในอนาคตมีมูลค่าลดลงเมื่อคิดลดด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
    • หุ้นกลุ่มการเงิน: ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มธนาคารและการเงินมักได้ประโยชน์จาก bond yield ที่สูงขึ้น เนื่องจากธนาคารสามารถขยายส่วนต่างกำไรจากอัตราดอกเบี้ยกู้และอัตราดอกเบี้ยฝากได้มากขึ้น
    • หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย: หาก bond yield เพิ่มขึ้นในบริบทของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หุ้นกลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง

    Bond Yield ที่ลดลงส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร?

    • หุ้นกลุ่มเติบโต (Growth Stocks): Bond yield ที่ลดลงช่วยลดต้นทุนในการกู้ยืมและเพิ่มมูลค่าของกระแสเงินสดในอนาคต ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ได้รับผลบวก
    • หุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive Stocks): หุ้นในกลุ่มนี้ เช่น กลุ่มสาธารณูปโภคหรือสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน มักได้รับความสนใจในช่วงที่ bond yield ลดลง เนื่องจากนักลงทุนมองหาความมั่นคง

    สรุปผลกระทบและการลงทุน

    Bond yield และตลาดหุ้นมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน และขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน และในแต่ละช่วงเวลา

    นักลงทุนควรติดตามทั้งทิศทางของ bond yield และปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อมัน เช่น นโยบายการเงิน อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

    การเข้าใจ Marketing thinking ของความสัมพันธ์นี้ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเน้นลงทุนในหุ้นเติบโต หุ้นปลอดภัย หรือการกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในพันธบัตรในแต่ละช่วงเวลาที่เหมาะสม

    ย้ำว่า Allocation ที่ถูกต้องจะทำให้เราอยู่รอดในตลาดได้นานแสนนานครับ การไปมุ่งแต่ Selection ถ้าถูกก็ดีไป พังก็พอร์ตแตกนะครับ