ป้ายกำกับ: เงินฝาก

  • หัวใจของธนาคารนอกจากดอกเบี้ย ก็คือ CASA ??

    หัวใจของธนาคารนอกจากดอกเบี้ย ก็คือ CASA ??

    โลกของธนาคารพาณิชย์ นอกจากส่วนต่างดอกเบี้ยแล้ว หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่นักวิเคราะห์ให้ความสนใจมากๆ คือ “CASA” ซึ่งย่อมาจาก Current Account – Savings Account ซึ่งก็คือ บัญชีกระแสรายวัน และบัญชีออมทรัพย์ แม้จะเป็นบัญชีพื้นฐานของลูกค้า แต่ CASA มีความหมายที่ลึกซึ้งต่อประสิทธิภาพทางการเงินของธนาคารอย่างมากๆ

    CASA คืออะไร?

    CASA หมายถึง เงินฝากในรูปแบบกระแสรายวัน และออมทรัพย์ ซึ่งโดยทั่วไป เงินฝากรูปแบบนี้ บัญชีออมทรัพย์จะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากๆๆๆๆ 0.125-0.20% หรือแทบไม่มีเลย เช่น บัญชีกระแสรายวันจึงถือเป็นแหล่งเงินทุนที่ต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับธนาคาร

    ความสำคัญของ CASA

    CASA มีบทบาทสำคัญในการสร้างความสามารถในการทำกำไรของธนาคารในหลายๆมิติ เช่น :

    • ช่วยลดต้นทุนเงินทุน (Cost of Funds) ได้อย่างมากๆ
    • เพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin – NIM)
    • สะท้อนความภักดีและความผูกพันของลูกค้า โดยเฉพาะในยุคที่ Mobile Banking เป็นเครื่องมือหลักในการใช้บริการธนาคาร ธนาคารใดที่ทำ Mobile Banking ดี คนจะนิยมเอาเงินมาพักไว้เยอะ และนั่นหมายความว่าโอกาสที่จะมี CASA เยอะนั่นเอง

    CASA ไม่ใช่แค่บัญชีเงินฝากราคาถูก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการที่ธนาคารสามารถดึงลูกค้าให้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง

    ในอุตสาหกรรมธนาคารไทย CASA เป็นหนึ่งในตัวแปรที่แสดงถึงศักยภาพในการแข่งขันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบระหว่างธนาคารขนาดใหญ่และขนาดเล็ก :

    ธนาคารขนาดใหญ่มักได้เปรียบ: เช่น BBL, SCB และ KBANK มักมีสัดส่วน CASA อยู่ในระดับสูง 60-80% ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานลูกค้ารายย่อยและองค์กร ความเชื่อมั่นในระบบบริการ รวมถึง Digital Platform ที่ทรงพลัง

    ธนาคารขนาดเล็กดูจะเสียเปรียบ: ธนาคารอย่าง KKP, TISCO และ CIMB TH มักพึ่งพาเงินฝากประจำ(ดอกเบี้ยสูง) หรือการระดมทุนจากตลาดตราสารหนี้มากกว่า ส่งผลให้ต้นทุนเงินทุนสูง และอาจไม่มีพื้นที่ในการแข่งขันด้านดอกเบี้ยเท่าธนาคารขนาดใหญ่

    ตัวอย่างข้อมูล CASA (Q1/2025) ลองดู SCB เป็นตัวอย่างแรกครับ

    ที่มา : MD&A SCB งวด 1Q25

    จะเห็นว่ามีคนเอาเงินมาฝากกระแสรายวัน 129,655 ล้านบาท มีคนฝากในออมทรัพย์ 1,788,382 ล้านบาท จับมัดรวมกันแล้วหารด้วยเงินรับฝากทั้งหมด 2,471,357 ล้านบาท จะได้ CASA ratio 77.6% ถือว่ากระฉูดมาก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า SCB Easy เป็นเครื่องมือสำคัญ ผนวกกับความเก่าแก่และความเชื่อมั่นสูงของธนาคาร

    ส่วน CASA ratio ของธนาคารใหญ่อื่นๆที่แกะจาก MD&A มาให้ดู เช่น KBANK 80.4%, BBL 61.7%

    แต่ถ้าใน MD&A ไม่แตกตัวเลขมาให้คำนวน เราก็สามารถไปดูในหมายเหตุประกอบงบการเงินได้เช่นกัน เช่น TISCO มี CASA ratio เพียง 13.9%

    ดังนั้น CASA เป็นมากกว่าตัวเลขในงบดุล แต่คือแกนหลักสำหรับการวางยุทธศาสตร์ธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์ผู้ใช้งานมีบทบาทอย่างมาก

    โครงสร้างในฝันของธนาคารคือ CASA เยอะๆ Loan growth สูง NPL น้อยๆ ธรรมเนียมเยอะๆ และสร้าง ROE ได้สูงๆ ใครที่ทำส่วนผสมนี้ได้ดี Valuation Premium อย่างแน่นอนจากนักลงทุน

    ซึ่งจุดเริ่มอยู่ที่การสามารถดึงดูด CASA ได้สูงจะมีต้นทุนที่ต่ำ สามารถแข่งขันด้านดอกเบี้ยได้ และมีความมั่นคงทางการเงินสูงกว่าในระยะยาว

    ดังนั้น การติดตาม CASA Ratio จึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนและผู้สนใจในหุ้นกลุ่มธนาคารไม่ควรมองข้ามด้วยนะครับ

  • ฝากประจำ หรือ ฝากออมทรัพย์ ดีนะ?

    ฝากประจำ หรือ ฝากออมทรัพย์ ดีนะ?

    การฝากเงินกับธนาคารมีหลากหลายรูปแบบ แต่สองแบบที่คนพูดถึงบ่อยที่สุดก็คือ เงินฝากประจำ และ เงินฝากออมทรัพย์ (หรือดอกเบี้ยเผื่อเรียก) ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นต่างกัน ควรเลือกแบบไหนดี? วันนี้จะเล่าให้ฟัง!

    เงินฝากประจำคืออะไร?

    เงินฝากประจำ คือ การฝากเงินกับธนาคารแบบที่เราต้องตกลงกันว่าจะฝากเงินจำนวนนั้นไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 3 เดือน, 6 เดือน, 12 เดือน หรือมากกว่านั้น โดยไม่สามารถถอนออกมาก่อนได้ (หรือถ้าถอนก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้)

    ด้วยข้อจำกัดนี้ ดอกเบี้ยของเงินฝากประจำเลยมักจะสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เนื่องจากธนาคารสามารถนำเงินนั้นไปใช้ได้ระยะยาวกว่า ตัวอย่างเช่น

    • เงินฝากประจำ 6 เดือน อาจได้ดอกเบี้ย 1.0%
    • เงินฝากประจำ 12 เดือน อาจได้ดอกเบี้ย 2.0%

    เงินฝากออมทรัพย์คืออะไร?

    เงินฝากออมทรัพย์ คือ การฝากเงินแบบที่เราสามารถฝากหรือถอนเงินได้ตลอดเวลาโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง คือ อยากถอนก็ถอน อยากฝากก็ฝาก ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงกับเรา แต่ธนาคารเอาไปหากินต่อยากเพราะไม่รู้ว่าเราจะมาถอนเมื่อไหร่ นั่น่เลยทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากออกทรัพย์เลยต่ำกว่า

    • เงินฝากออมทรัพย์อาจได้ดอกเบี้ยราว 0.3%-0.5%

    ความแตกต่างระหว่างเงินฝากประจำและเงินฝากออมทรัพย์

    หัวข้อเงินฝากประจำเงินฝากออมทรัพย์
    ความยืดหยุ่นไม่สามารถถอนเงินก่อนกำหนดได้ถอนหรือฝากเงินได้ตลอดเวลา
    อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า (1%-2% หรือมากกว่า)ต่ำกว่า (0.3%-0.5%)
    ความเหมาะสมสำหรับคนที่ไม่ต้องใช้เงินในระยะสั้นสำหรับคนที่ต้องการความคล่องตัว
    การใช้ดอกเบี้ยได้รับเมื่อครบกำหนดระยะเวลาฝากได้รับตามรอบบัญชี (รายเดือน/รายปี)

    เงินฝากประจำเหมาะกับใคร?

    1. คนที่มีเงินเย็น
      หากคุณมีเงินก้อนที่ไม่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น เช่น เงินที่เก็บไว้สำหรับเป้าหมายในอนาคต (ซื้อบ้าน, ซื้อรถ, หรือทุนการศึกษา) การฝากประจำเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะได้ดอกเบี้ยสูงกว่า
    2. คนที่อยากออมเงินอย่างมีระเบียบ
      การฝากประจำช่วยสร้างวินัยทางการเงิน เพราะคุณต้องเก็บเงินก้อนนั้นไว้ตามกำหนด
    3. นักลงทุนที่ไม่อยากเสี่ยงมาก
      สำหรับคนที่ไม่อยากลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น หรือคริปโต เงินฝากประจำเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย

    ควรเลือกแบบไหนดี?

    • ถ้าคุณต้องการความคล่องตัว: เลือกฝากออมทรัพย์
    • ถ้าคุณอยากได้ดอกเบี้ยสูงกว่า และมีเงินเหลือไม่ต้องรีบใช้ : เลือกฝากประจำ
    • ถ้าต้องการทั้งสองแบบ: คุณสามารถแบ่งเงินก้อนเป็น 2 ส่วน เก็บไว้ทั้งออมทรัพย์และฝากประจำ

    สุดท้าย การเลือกเงินฝากต้องขึ้นอยู่กับเป้าหมาย และพฤติกรรมการใช้เงินของคุณ อย่าลืมเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยและข้อเสนอจากหลายๆ ธนาคารเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดด้วยนะ

    โดยธนาคารที่มีขนาดเล็ก ไม่ได้หากินกับการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ หรือ พูดง่ายๆว่า ธนาคารอะไรที่หากินกับรายย่อย เช่น ปล่อยกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ สินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารเหล่านี้มักให้ดอกเบี้ยสูงกว่า(เพราะเอาไปหากินได้กำไรเยอะ) ธนาคารกลุ่มนี้ เช่น ธ.เกียรตินาคิน ธ.ทิสโก้ ธ.ไทยเครดิต ธ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ส่วนธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจขนาดใหญ่มักให้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เช่น ธ.กรุงเทพ เป็นต้น

    อยากรู้ว่าธนาคารอะไรให้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เช็คแบบ realtime ได้ที่นี่ https://www.bot.or.th/th/statistics/interest-rate.html