ป้ายกำกับ: ทองคำ

  • Silver (เงิน) อีกโลหะที่พุ่งทะยานไปกับทองคำ แต่มัน “บ้าคลั่ง” ไปไหม?

    Silver (เงิน) อีกโลหะที่พุ่งทะยานไปกับทองคำ แต่มัน “บ้าคลั่ง” ไปไหม?

    นอกจากพี่ทองจะหล่อมาในปีนี้ +73% แล้ว น้องเงินก็เป็นอีกโลหะที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆจากวงแคบๆเริ่มเป็นวงกว้าง จนมีเพื่อนๆเริ่มถามว่า ขึ้นเพราะพื้นฐานจริงๆ หรือแค่กระแส

    ในโลกลงทุนจะมี 1 เครื่องมือที่ช่วยอ่านโจทย์นี้ได้ มันก็คือ Gold–Silver Ratio (GSR)

    GSR = จำนวนออนซ์ของ “เงิน” ที่ต้องใช้ เพื่อแลกซื้อ “ทอง” 1 ออนซ์ นั่นเองครับ วิธีคิดง่าย ๆ ก็คือ เอาราคาทอง(ต่อออนซ์) หารด้วย ราคาเงิน(ต่อออนซ์) อย่างตอนนี้ก็ 57 : 1 นะ ก่อนไปกันต่อ ก็ย้อนความกันหน่อย

    ในอดีตสหรัฐเคยกำหนด GSR คงที่ไว้ที่ 15:1 ในกฎหมาย Coinage Act of 1792 แต่พอโลกมันเชื่อมโยงกันเรื่อย ๆ ไอ่ 15:1 ก็เอาไม่อยู่ GSR ก็ต้องระเบิดและ “ลอยตัว” ไปตามราคาตลาดในที่สุด ซึ่งประเด็นที่ทำให้ GSR ขยับ จะมาจาก 2 มุม

    1. ช่วง ทองนำ ก็คือตอนโลกกลัวอะไรก็แล้วแต่ กระแสเงินไหลเข้า safe haven อย่างทองคำ ทองเลยแพงมาก GSR จะพุ่ง

    2. ช่วง เงินนำ จะเป็นช่วง risk-on และอุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมแกร่ง

    ในอดีต GSR เฉลี่ยจะวิ่งแถวๆ 65:1 (จำตัวเลขนี้ไว้นะ) ตั้งแต่ยุค 1970s และเคยพุ่งสุดโต่งถึง 125:1 ในช่วงโควิดปี 2020 ซึ่งก็ชัดเจนว่าช่วงโรคระบาดนั้น ความกลัวพุ่งสุดขีด เอาความมั่งคั่งไปฝากไว้ที่ทองดีสุด GSR เลยพุ่งกระจาย ดังนั้นให้พวกเราจำไว้ว่า

    • Ratio ยิ่งต่ำ = เงินยิ่งวิ่งแรงกว่าทอง (คือเงิน “แข็ง” เปรียบเทียบกับทอง)

    • Ratio ยิ่งสูง = เงินยิ่งอ่อนกว่าทอง (เกิดตอนตลาดกลัว/เศรษฐกิจเสี่ยง)

    วันนี้ (27 ธ.ค. 2568) GSR อยู่แถว 57 เท่า (=$4,532.4 / $79.2) “บ้าคลั่ง” ไปไหม? ถ้าเอากรอบประวัติศาสตร์ที่อ้างบ่อย (เฉลี่ย ~65 และเคยสุดโต่ง ~125) ก็แปลว่า 57 เป็นโซน “เงินแข็ง” และยังห่างไกลจากโซนทะลุโลก GSR 100+ แบบในปี 2020 ที่เงินอ่อนเละเทะเมื่อเทียบกับทอง

    แสดงว่า Silver มีเรื่องที่ดีทั้ง “พื้นฐาน” และ “กระแสเงินลงทุน” ด้วยเพราะถ้าเป็นรอบกลัว (risk off)จริง ๆ ทองจะนำชัด แล้ว GSR ต้องพุ่งสูงกว่านี้ เอาล่ะมาดู Fundamental ของ Silver กันหน่อย

    👉ในฝั่งอุปสงค์ แร่เงินมี “งานหลัก” คือ โซลาร์ และ ไฟฟ้า เนื่องจากแร่เงินนำไฟฟ้าได้ดีมาก โดย LSEG บอกอุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมปี 2024 มี 689 ล้านออนซ์ ซึ่ง โซลาร์ล่อไป 35% และโตแรงมากเรื่อย ๆ เทรนด์นี้ดีมาก ไปถาม OPEC+ ได้(ฮา) นั่นเลยทำให้แร่เงินผูกกับ “เศรษฐกิจจริง” มากกว่าทองคำที่มีภาคลงทุน และธนาคารกลาง อุดหนุนในอุปสงค์กว่า 40%

    👉ในฝั่งอุปทาน เค้าบอกว่าเป็นแร่ที่ไม่ได้ผลิตง่ายๆนะ เพราะมันคือผลพลอย (by-product) จากเหมืองอื่น ๆ ก็คือ เราไม่สามารถมุ่งแต่ถลุงแร่เงินได้ตามใจนะ นั่นเลยทำให้แร่เงินโคตรตึง

    ขณะที่ตลาดเก็งกำไร ก็เป็นอีกตัวเร่งให้เงินเหวี่ยงมันส์อีกแรง ดังนั้นภาพของเงินคือ พื้นฐานเป็นเชื้อไฟที่ดี (อุปสงค์ภาคอุตสาหกรรมดี ส่วนอุปทานตึงเปรี๊ยะ) และมีแรงเก็งกำไรเป็นคันเร่ง ทำให้ขึ้นแรง และย่อแรงกว่าทองคำเป็นปกติ

    Investopedia สรุป GSR ให้พวกเราจำเป็น Playbook ง่ายๆว่า

    • GSR > 90–100 : ตลาดกลัวจัด/เศรษฐกิจเสียว → ทองจะนำ เงินโดนกด

    • GSR 65–75 : โซนกลาง ๆ ใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาว ปกติ

    • GSR 50–60 : เงิน“แข็ง” มักสะท้อน risk-on + ธีมอุตสาหกรรมหนุน

    • GSR < 50 : โซนร้อน (เงินนำแรงมาก) ระวังความผันผวน/แรงย่อ

    วันนี้ 57 แปลว่าอยู่โซน “เงินแข็ง” ชัดเจน ห่างไกลจากช่วงสุดโต่งแบบ Tulip mania เต็มรูปแบบ(ทองพุ่ง เงินเละ) โดยรอบนี้เงินไม่ได้ตามทองคำเฉย ๆ แต่ตลาดกำลังให้ premium กับเงินมากขึ้นในเชิงเปรียบเทียบด้วย

    สรุปคือ ไปด้วยกัน ไปได้ไกลหรือเปล่าไม่รู้ เหลือบดู GSR ด้วยนะ ถ้า GSR ต่ำลงกว่า 50 มากๆ ก็ควรเริ่มระวังว่าเงินอาจกลายเป็นดอกทิวลิปได้ (ฮา)

    ที่มา : TradingView – GSR

    #gold#silver#ทอง#เงิน#GSR#PV

    รูปประกอบ : Eagle Marin เธอเป็น Silver Saint อาจารย์ของเซนต์เซย่า 😄

    โมเดลเซนต์เซย่าสวยๆคร้าบ https://s.shopee.co.th/60KuD70CbJ

  • แนวโน้มดอลล่าร์ในปี 2026

    แนวโน้มดอลล่าร์ในปี 2026

    เมื่อคืนนี้(8 ส.ค. 2025)มีเรื่องน่าสนใจที่สหรัฐ นักลงทุนสายทองคำ หุ้นเทคฯ หรือ forex ควรรู้ เพราะมันจะส่งผลต่อแนวโน้มดอลล่าร์เป็นเทรนด์ได้นะ มาดูกันครับ

    🎯 Fed จะได้สมาชิกใหม่ “Stephen Miran” เชื่อจะเปลี่ยนสมดุลการโหวตดอกเบี้ย

    เมื่อคืนนี้ ทรัมป์ เสนอชื่อ Stephen Miran ให้เข้าไปนั่งเก้าอี้ คณะกรรมการผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Board of Governors) แทนที่ Adriana Kugler ที่ลาออก โดย Miran จะอยู่จนครบวาระเดิมถึง 31 ม.ค. 2026

    🧩รียนรู้โครงสร้างโหวตใน FOMC ก่อนเด้อ

    การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยโดย FOMC (Federal Open Market Committee) จะมีผู้โหวต 12 เสียง คือ

    • กรรมการ Fed Board of Governors สูงสุด 7 คน (รวมประธานและรองประธาน) — มีสิทธิ์โหวตถาวร

    • ประธาน Fed สาขานิวยอร์ก 1 คน — โหวตถาวรเช่นกัน

    • ประธาน Fed สาขาอื่น ๆ อีก 4 คน — หมุนเวียนกันทุกๆปี

    ดังนั้น Miran ในฐานะสมาชิก Board of Governors จะมีสิทธิ์โหวตทันทีเหมือนกรรมการคนอื่นทุกประการ แม้จะอยู่เพียงชั่วคราวก็ตาม

    📌 แล้ว Miran คือใคร แกจะโหวตทางไหน?

    Stephen Miran ปัจจุบันเป็นประธานคณะที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาว (CEA) และเคยทำงานด้านการเงินการลงทุนมาก่อน

    แม้ในอดีตจะเคยสนับสนุนการคงดอกเบี้ยสูงเพื่อสู้เงินเฟ้อ แต่รอบนี้นักวิเคราะห์หลายฝ่าย โดยเฉพาะ JPMorgan มองว่า Miran เอียงไปทางนโยบาย ผ่อนคลาย (dovish) และการเข้ามาของเขาอาจช่วยให้ Fed “กล้าลดดอกเบี้ย” เร็วขึ้น

    ล่าสุด JPMorgan ถึงกับปรับคาดการณ์ใหม่ว่าปีนี้อาจลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง เลยทีเดียว โดยจะเริ่มกันตั้งแต่กันยายน

    ที่มา ; CME Fedwatch

    โดยสัปดาห์น้ามีตัวเลขเงินเฟ้อออกมา ถ้าต่ำกว่าคาด ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ Fed เริ่มลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น

    ส่วนเก้าอี้ประธาน Fed นั้น วาระของ Jerome Powell จะหมดใน พ.ค. 2026 และนั่นอาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่กว่า น่าสนใจมาก ซึ่งทรัมป์คงเตรียมเสนอชื่อคนที่คิดเหมือนตนเข้าไป

    ซึ่งดอกเบี้ยที่ลง จะนำมาซึ่งดอลล่าร์อ่อนค่าได้ แต่ในทางตรงข้าม ถ้าเศรษฐกิจฟื้นได้แรง (ต้องไม่ลืมว่าทรัมป์ก็กระตุ้นเศรษฐกิจแบบสุดโต่งด้วยนะ) มันก็จะหักล้างการอ่อนค่าได้เช่นกัน น่าติดตามมากๆครับ

    ทองคำและหุ้นเทคโนโลยี อาจจะไม่ได้ลงง่ายๆอีกพักใหญ่ เว้นแต่จะทรัมป์เกิดสะดุดอะไรสักอย่าง จนทำไม่ได้ตามแผนที่วางไว้