ความเป็นมา
วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 เมื่อประเทศไทยตัดสินใจลอยตัวค่าเงินบาท หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนมหาศาลเพื่อปกป้องค่าเงินบาทจากการโจมตีของนักเก็งกำไร (speculators) จนไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไป
ปัญหานี้มีรากเหง้ามาจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่:
- การพึ่งพาหนี้ต่างประเทศมากเกินไป: ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ประเทศไทยเปิดเสรีทางการเงิน ทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำและเงินทุนไหลเข้ามาในรูปของเงินกู้ยืมจากต่างประเทศอย่างมหาศาล
- ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์: เงินทุนที่ไหลเข้าถูกนำไปลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงการขนาดใหญ่เกินกว่าความต้องการจริง ส่งผลให้เกิดภาวะฟองสบู่
- การบริหารจัดการที่ผิดพลาดของภาคการเงิน: สถาบันการเงินในประเทศปล่อยสินเชื่ออย่างไม่มีความรอบคอบ ทำให้เกิดหนี้เสียสะสมในระบบ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย
การลอยตัวค่าเงินบาททำให้ค่าเงินลดลงจากประมาณ 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นกว่า 50 บาทในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจในหลายด้าน:
1. ตลาดหุ้น
- ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ลดลงจากกว่า 1,400 จุดในปี 2537 เหลือเพียงประมาณ 200 จุดในปี 2541
- มูลค่าซื้อขาย ลดลงกว่า 70% เนื่องจากนักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่น
- นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเคยเป็นกลุ่มหลักที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย เริ่มถอนตัวออก ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดลดลงอย่างหนัก
2. ภาคอสังหาริมทรัพย์และธนาคาร
- โครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากต้องหยุดชะงักเนื่องจากขาดแหล่งเงินทุน
- สถาบันการเงินกว่า 56 แห่งต้องปิดกิจการ รวมถึงบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้
3. การว่างงานและความยากจน
- การว่างงานพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในภาคก่อสร้างและการผลิต
- คนไทยจำนวนมากต้องปรับตัวเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลต่อความยากจนและความเหลื่อมล้ำ
อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
- อสังหาริมทรัพย์: โครงการก่อสร้างที่หยุดชะงักและราคาที่ดินที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้พัฒนาโครงการประสบปัญหาสภาพคล่อง
- การเงินและธนาคาร: หนี้เสีย (NPLs) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งต้องปรับโครงสร้างใหม่
- การผลิตเพื่อส่งออก: แม้จะได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนตัว แต่ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากวัตถุดิบนำเข้าก็สร้างความลำบาก
อุตสาหกรรมที่รอดและได้ประโยชน์
- การส่งออก: ค่าเงินบาทที่อ่อนตัวทำให้สินค้าส่งออกของไทยมีราคาถูกลงในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา และอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง
- การท่องเที่ยว: ค่าเงินที่ลดลงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเยือนประเทศไทยมากขึ้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในปี 2541
- ธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ: ธุรกิจที่พึ่งพาวัตถุดิบภายในประเทศสามารถแข่งขันได้ดีกว่าในตลาดโลก
บทเรียนจากวิกฤติ
- การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน: การพึ่งพาหนี้ต่างประเทศโดยไม่มีการจัดการความเสี่ยงที่ดีส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวง
- ความสำคัญของเสถียรภาพระบบการเงิน: สถาบันการเงินต้องมีระบบตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
- การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน: การเติบโตทางเศรษฐกิจควรอยู่บนพื้นฐานของความสมดุล ไม่ใช่การพึ่งพาเงินทุนจากภายนอกมากเกินไป
สรุป
วิกฤติต้มยำกุ้งเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงผลกระทบของการบริหารจัดการที่ไม่รอบคอบในระดับประเทศ แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่บทเรียนที่ได้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ ความท้าทายยังคงมีอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเรียนรู้จากอดีตจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันวิกฤติในอนาคต แต่มันมีข้อสังเกตุนะ วิกฤตทางการเงินส่วนใหญ่มักจะเกิดจากหนี้ ดังนั้นการก่อหนี้แต่พอดีไม่มากเกินไป จะทำให้ไม่เกิดวิกฤตนั่นเอง…..

