#อีกวิธีดูคริปโต#คริปโต#BTC#สรุปเมื่อเช้าอีกที ด้วยความที่ Bitcoin (BTC) ไม่ได้สร้าง “กระแสเงินสด/กำไร/ปันผล” แบบธุรกิจทั่วไป การประเมินมูลค่าแบบโลกการเงินเดิมๆ (เช่น DCF, P/E) เลยเอามาใช้ตรง ๆ ได้ยาก หลายคนเลยใช้ Technical analysis (กราฟ) ร่วมกับ ข้อมูล on-chain เพื่อช่วยอ่านพฤติกรรมตลาด
โดยหนึ่งในแนวคิดคลาสสิกของสายกราฟคือ “กราฟสะท้อนข้อมูลทุกสิ่ง” ไม่ว่าจะเป็นข่าว ความคาดหวัง อุปสงค์–อุปทาน ฯลฯ
แต่จะมีอีกวิธีที่เอาไว้ “วัดแรง” หรือ “จับสัญญาณเตือน” ของ BTC ตัวที่พวกมืออาชีพชอบดูคือ Bitcoin Exchange Reserve
Exchange Reserve คือ “จำนวน BTC ที่อยู่บนกระดานซื้อขาย (Exchange)” ในภาพรวมนั่นเอง
แนวคิดคือ ถ้าใคร “ถือยาวๆๆ” หรืออยากลดความเสี่ยงจากการฝากเหรียญไว้บนกระดาน (เช่น กลัวถูกแฮ็ก/ระบบล่ม) เขาก็มักย้ายเหรียญออกไปไว้กับตัวเองบน Hardware wallet / cold wallet ซึ่งเป็นผลให้ BTC บน Exchange(กระดาน)ลดลง
ดังนั้นถ้าเราเห็น Reserve ลดลงต่อเนื่อง มันอาจสะท้อนว่า เหรียญถูกย้ายออกจากกระดานมากขึ้น (แรงขายแบบ “พร้อมเทโหดๆ” อาจลดลง) หรือ อาจตีความได้อีกว่า คนถือระยะยาวมีสัดส่วนมากขึ้นในช่วงนั้น
แต่ต้องใส่ข้อแม้สำคัญ เพราะ Reserve ลดลง ไม่ได้แปลว่า คนมั่นใจเพิ่มขึ้นเสมอ เพราะอาจมีการย้ายไปฝากกับ custodian(โดยกองทุน) หรือไปซื้อขายแบบ OTC (นอกกระดาน) หรือ มีการย้ายกระเป๋าระหว่างระบบก็ได้
(รูปที่ 1) เราจะเห็นเส้นปริมาณ BTC บน exchange ลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ราว 2.7 ล้าน BTC จาก 3.0 ล้าน BTC ปีก่อน ซึ่งบอกภาพว่าเหรียญบนกระดานลดลงต่อเนื่อง

Reserve ช่วยดูระยะสั้นได้ด้วยนะ รูปที่ 2 จะเห็นว่า Reserve กับราคา จะไปในทิศทางตรงกันข้ามกัน เช่น เวลาราคาขึ้นแรง บางส่วนอาจเลือก “ย้ายเหรียญออกไปถือ” มากกว่าฝากไว้ขายทันที เราเลยมักเห็น Reserve ที่ลดลง ตอน BTC พุ่งขึ้น

แต่ย้ำอีกครั้งว่า นี่ไม่ใช่กฎตายตัวนะ บางรอบราคาขึ้นแรงก็มีคนโอนเข้า exchange เพื่อรอ “ทำกำไร” ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นอย่าดูแค่ Reserve เส้นเดียวแล้วสรุปทันที
ตัวที่อ่านระยะสั้นชัดกว่า คือ Inflow / Outflow / Netflow เพราะเอาไว้ดู “รายวัน” ได้ว่าวันนี้คนเอา BTC เข้ากระดานมากขึ้นหรือน้อยลง
Inflow (+) = โอน BTC “เข้า” exchange
Outflow (-) = โอน BTC “ออก” exchange
Netflow = Inflow – Outflow (สุทธิ)
ถ้า Netflow เป็นบวกมาก ๆ ในจังหวะที่ราคา “วิ่งแรง” ก็ต้องระวังว่าอาจมีคนเอาเหรียญมาวาง “รอขายทำกำไร” เพิ่มขึ้น
แต่ก็มีกรณีที่ inflow สูงเพราะ “ย้ายกระเป๋า/ย้ายผู้ให้บริการ/โอนผ่าน exchange ก็มี” ดังนั้นก็ไม่ได้แปลว่าขายเสมอไป

อีกประเด็นที่ต้องรู้ก็ คือ ถ้าคนย้ายเหรียญออกจาก exchange นะ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเอาไปทำอย่างอื่น เช่น ใช้เป็นหลักประกัน Lending/อยู่ระหว่างจะย้ายไป custody อื่น ๆ ก็ได้

สรุป ก็คือ Reserve เหมาะกับการดู “โครงสร้างระยะยาว” ว่าเหรียญอยู่บนกระดานมาก–น้อยแค่ไหน ส่วน Netflow เหมาะกับการดู “ความเสี่ยงระยะสั้น” โดยเฉพาะช่วงราคาผันผวน
โดยทั้งหมดเป็นเพียง “สัญญาณประกอบ” นะ เพื่อนๆควรอ่านร่วมกับ indicator อื่นๆ เช่น กราฟ, ETF flow, funding rate, open interest และสภาพคล่อง รวมถึข่าวสารต่างๆในตลาดด้วย
ส่วนการขึ้นมารอบนี้ทะลุกรอบแนวต้าน $74,500 แล้วยืนได้เริ่มไปต่อ มีอีก 2-3 เหตุผล เพื่อนๆลองไป Live รายการ Talad WHY เมื่อเช้า(15 ม.ค.) ย้อนหลังเอานะครับ
ผมแถม Link ของ CryptoQuant ให้เอาไว้ติดตาม Reserve, Netflow ดูนะครับ

**
ย้ำว่า Crypto currency มีความเสี่ยงสูงมาก หากไม่มีความรู้ความเข้าใจ ไม่ควรเข้าลงทุนเด็ดขาด! วันนี้เอามาเล่าให้ฟังเพื่อประดับความรู้นะครับ ไม่ได้แนะนำให้ลงทุนแต่อย่างใด**

