ป้ายกำกับ: การเมือง

  • ฟังประชานิยมอย่าเพลิน

    ฟังประชานิยมอย่าเพลิน

    #ฟังประชานิยมอย่าเพลิน เมื่อเช้าฟังข่าวแต่ละพรรคอัดประชานิยมกันดุมาก บำนาญผู้สูงอายุ รถไฟฟ้า ค่าแรงขั้นต่ำ หวยเกษียณ ค่าไฟ คนละครึ่ง พักหนี้ ทหาร/พยาบาลอาสา พักหนี้ บลาๆ คนไทยก็ตื่นเต้นเปรียบเทียบกันใครแจกเก่ง ใครให้ไว ใครให้เยอะ แบบนี้พรรคไหนจะมา? ตลาดหุ้นจะยังไง?

    😅แต่ผมฟังแล้วขนลุก เพราะจริงๆไม่ควรดูแค่ว่าแจกแล้วคนชอบไหม แต่มันควรดูว่า ประเทศเราแบกไหวไหม มี 4 ประเด็นชวนคิด คือ

    1️⃣ วินัยการคลัง — ตอนนี้ยังไม่ชนเพดาน 70% แต่ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะบอกเดือน พ.ย. เรามีหนี้สาธารณะ 12.4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 65.7% ของ GDP (ที่ 18.8 ล้านล้านบาท) ยังไม่ชนเพดาน 70% แต่พื้นที่กันชนเหลือน้อยลง ซึ่งต้องไม่ลืมนะก่อน Covid-19 เพดานคือ 65% และมีการขยายให้หายใจหายคอคล่องขึ้น วันนี้ผ่านมา 6 ปีแล้ว เรายังกลับลงไปไม่ได้

    2️⃣ ระวัง GDP โตช้าทำวินัยการคลังตึง — ล่าสุด กนง.คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะโต +1.5% เพิ่งปรับลงจากคาดก่อนหน้าที่ +1.6% แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า GDP โตช้าลง ทำให้ตัวหาร (GDP) โตช้านะ ซึ่งถ้ารัฐยังทำงบขาดดุลต่อเนื่อง(กู้มาบริหารประเทศ)ต่อไป อัตราส่วน หนี้ ต่อ GDP ก็อาจเร่งขึ้น โดยไม่ต้องมีวิกฤตใหญ่ก็ได้ ซึ่งจริงๆมันควรอยู่ในเทรนด์ลงได้นานแล้ว!

    3️⃣ งบขาดดุลเป็นตัวปัญหา — พรบ.งบประมาณปี 2569 ระบุขาดดุลราว 860,000 ล้านบาท (4.3% ของ GDP) เอาจริงๆก็พอเข้าใจได้ แต่ทว่ามันดันควบคู่ไปกับ GDP ที่โตต่ำ ขณะที่รายได้รัฐ(เก็บภาษี)ก็โตไม่ทันกับรายจ่าย ทำให้นโยบายต่างๆที่โม้ไว้มันจะทำได้ยากขึ้นไปอีก และเมื่อภาระหนี้ไม่ลดสักที ภาระดอกเบี้ยในการกู้ยืมมาช่วยเศรษฐกิจก็จะทบมากขึ้นไปอีก อีกหน่อยจะคิดทำโครงการอะไรก็ยากขึ้นไปอีก

    4️⃣ บาทแข็ง เป็นภัยเงียบ…– ปี 2568 บาทแข็งขึ้นเกือบ 10% จน ธปท.ต้องเปิดโต๊ะแถลงเข้าดูแลเข้มข้นเพื่อลดความผันผวน ประเด็นเรื่องนี้ คือ บาทแข็งไม่ได้ช่วยเรื่องภาระหนี้ที่ลดลงเพราะวิกฤติ 2540 ไทยหันมาใช้หนี้สกุลบาทเกือบหมดแล้ว แต่ด้วยอัตราส่วน หนี้ต่อ GDP ดันคิดในหน่วยสกุลบาท ทำให้ค่าเงินบาทที่แข็งนอกจากจะไม่ได้ช่วยลดหนี้(สกุลต่างประเทศ)ลงมา แต่มันไปกระทบกับ “รายได้ประเทศ” ภาคส่งออก/ท่องเที่ยว ดังนั้นปัญหาหลัก คือ “รายได้โตช้า(บาทแข็งกดดันส่งออก/ท่องเที่ยว) แต่ภาระผูกพันการคลังยังจะโตต่อ(งบประมาณขาดดุล)” นี่ยังไม่นับรวมเรื่องการจัดเก็บภาษีที่ต่ำต้อย โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมอีกด้วย

    แล้วประชานิยมแบบไหนที่พวกเรา “พอรับได้” ไม่สร้างภาระหนักให้ประเทศ และมีน้ำหนักพอที่จะรับฟังเวลาหาเสียงจะได้ไปลงคะแนนให้ ผมว่าต้องมี 4 ข้อนี้

    1. บอกต้นทุนชัด (ปีแรกเท่าไหร่? 3-4 ปีเท่าไหร่?)

    2. บอกแหล่งเงินชัด (ขึ้นภาษี? ตัดงบไหน? กู้เพิ่ม?)

    3. มีวันสิ้นสุด (ไม่ใช่แจกแล้วต่ออายุอัตโนมัติทุกปี)

    4. วัดผลได้จริง (ตัวชี้วัด kpi, ตรวจสอบได้, เปิดข้อมูล)

    ผมว่าตอนนี้ประเทศเรายังอยู่ในจุดที่ “พอจะแจกได้” ประชานิยม รัฐสวัสดิการเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องเลือกแจกแบบฉลาด เพราะ GDP เราโตต่ำ (2569 = +1.5%) + หนี้/GDP 65.7% เข้าใกล้เพดาน 70% แล้ว + บาทแข็งภัยเงียบกดดันฝั่งรายได้อีก ถ้าแข่งกันแจกโดยไม่คิด มันจะฉิบหายต่อลูกหลานเรา ค่อยๆฟังเค้าหาเสียงนะ ใจเย็นๆค่อยๆเลือกนะเธอว์

    หนังสื่อน่าอ่าน Psychology of Money ดีงามมากครับ

    #การเมือง#เศรษฐกิจ#ประชานิยม#น้าแดง