จัดให้ตามคำขอ แผนนี้ครอบครัว 3 คนพ่อแม่ลูก ม.3 ซึ่งน้าเลิกเป็นมนุษย์เงินเดือนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 ตอนอายุ 4x ขวบ เอาจริงๆแผนนี้จะพร้อมใน 2 ปีข้างหน้า แต่อะไรก็เกิดขึ้นเร็วกว่าคาดได้ ทว่าแผนมันก็ดีพอเอาตัวรอดมาได้ ลองดูนะ
เริ่มเตรียมแผนจริงจังเมื่อ 5 ปีก่อน เพราะอุตสาหกรรมหลักทรัพย์จะอ่อนแอเรื่อยๆ จบยุคมนุษย์ทองคำเหลือแต่คนเงินเดือนสูงๆที่ทำหนักมาก..แต่ร่างกายพัง เวลาไม่มี สุดท้ายถูกถีบออกในที่สุด
เพื่อให้เห็น base ว่าคุณก็ทำได้ ของน้าก็คือ ไม่ได้มีมรดกอะไร พ่อแม่ให้การศึกษาเลี้ยงดูถึง ป.ตรี จากนั้นก็ตะลุยทำงาน เก็บเงินเรียน ป.โทไปด้วย แล้วเข้าวงการหลักทรัพย์ ในเวลา 20 ปี เปลี่ยน บล. 4 ครั้งเป็นการ challenge ไปทำงานยากขึ้นทุกรอบ อยากเก่งขึ้นไม่ได้เน้นเงิน
เอาล่ะ เตรียมแผนยังไง? วางเป็น 5 บท
เตรียมรับมือค่าใช้จ่าย
– ค่าเทอมลูก จองซื้อ IPO กอง REIT อายุ 25 ปี ยีลด์ 7%+ ตัวนึง โดยขนาดซื้อใหญ่พอให้ปันผล = ค่าเทอมแต่ละปี ซึ่งตอนซื้อลูกเหลือเวลาเรียนอีก 10 ปีถึงจะจบตรี ทำให้วันนั้น REIT จะเหลืออายุ 15 ปี แปลว่า REIT ตัวนี้น่าจะส่งลูกเรียนฟรีโดยเงินต้นไม่ลดได้**แค่ระวังตอนดอกเบี้ยกลับเป็นขาขึ้น ซึ่งยังอีกนาน (REIT แบบ Leasehold ห้ามถือตัวที่อายุต่ำกว่า 10 ปี พวกนั้นยิ่งปันผลราคาจะยิ่งลง!)
– ค่าไฟ เกษียนอยู่บ้านยิ่งใช้เยอะ เลยติด Solar Rooftop แบบ On-grid ขนาด 6.9Kw บ้านเดี่ยว แต่ไม่ได้ติดแบตเตอรี่เพราะ 3 ปีก่อนยังแพงอยู่ (ตอนนี้ราคาลงมากว่า 30% แล้วถูกมาก) ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าเป็นแบบ TOU เพื่อรีดค่าไฟลงอีกในช่วง Off-peak (กลางคืน+วันหยุด) สรุปประหยัดไป 30-40% ค่าไฟตกเดือนละ 2,000 บาท +/- จาก 3,000-9,000 บาท แล้วแต่ฤดูกาล **แนะใช้แอร์ Inverter ช่วยได้เยอะ
– ค่าน้ำมัน เกษียณแล้วยังมีธุระนะ ไปเที่ยว ไปจ่ายตลาด ดูทีวีอยู่บ้านไม่น่าใช่ คำตอบของคนเกษียณ คือ รถไฟฟ้า EV น้าประหยัดค่าน้ำมันไปเดือนละ 7,000-9,000 บาท ส่วนค่าบำรุงรักษาถูกจนจำไม่ได้ปีละ 1,000 บาทมั้ง ไม่ต้องกังวลซื้อแล้วติดดอย เพราะเราซื้อมาใช้ 10-15 ปี ก่อนเกษียณแนะหาจังหวะเปลี่ยนรถน้ำมันเป็น EV นะยิ่งเข้าคู่กับ Solar Rooftop โคตรเริ่ด!
– ค่าใช้จ่ายรายเดือน น้าใช้กอง REIT (อีกละ) ซื้อในจังหวะต่ำๆปลอดภัยๆ ในปริมาณที่ปันผลรายเดือน cover รายจ่ายรายเดือน ส่วน Capital gain เอาจริงๆไม่หวัง ขอแค่ซื้อแล้วไม่ลงก็ ok เพราะเราหวัง cash flow จากปันผลมากกว่า ถ้าเราซื้อในจุดที่ปลอดภัย + ผลการดำเนินงานไม่ได้แย่ + อุตสาหกรรมไม่ได้เป็นขาลง ก็ถือต่อไปได้ แต่ก็ย้ำอีก duration ของสัญญาเช่าต้องยาวกว่า 15-20 ปี จะถือสบายใจ
รายได้ใหม่ก็ยังต้องมีนะ นอนเฉยๆไม่ได้นา
ถ้าเราไม่มี cash flow เข้า จะเครียดแน่นอน แม้บางคนจะสะสมเงินนอนเล่นได้ 15 ปีก็จริง แต่การเห็น wealth ลดลงทุกเดือน ชีวิตจะมีแต่ความกังวล ไม่กล้าใช้ชีวิต กลัวเกิดเหตุสุดวิสัย ดังนั้นต้องหารายได้มาเติมนะ
ถ้าเติมได้ดีจน net ออกมาเป็นบวกทุกเดือนอันนี้สุดยอด หรือถ้า net ออกมาไม่ลดลง ก็ดีงามแล้ว ตัวอย่างที่น้าทำ คือ
– ทำสิ่งที่ชอบ/คุ้นเคยให้เป็นรายได้ คุณจะไม่เหนื่อย แม้มันจะไม่ได้มากเท่าเงินเดือน แต่ทุกบาทมันคือความสนุก ไม่ใช่ความต้องรับผิดชอบในหน้าที่ อย่างน้าก็จัด Live ทุกเช้า เพราะก็ลงทุนหาข้อมูลอยู่แล้ว ก็เอาไอเดียมาแบ่งปันเพื่อนๆ ได้ลับสมอง ลับฝีปาก เพื่อนๆได้ประโยชน์ มันก็ดีนะ
ซึ่งรายการ Talad WHY ก็สร้างรายได้กลับมามากกว่าที่คิดเสียอีก เพื่อนๆลองดูตัวเองนะชอบทำอะไร นั่นแหล่ะ เอามาทำเป็นรายได้สิ
– Trick สำหรับงานหลังเกษียณคือ ควรเป็นงานที่ “เบาลง” จากงานประจำ ห้ามหนักเท่าเดิม แต่ให้เราใช้ประสบการณ์/connection ไป Leverage ให้มันทำน้อยๆ แต่ได้ผลเยอะๆ ซ้ำๆ และทวีคูณ ยิ่งทำเยอะแม้ได้เงินเพิ่มแต่ยิ่งเหนื่อยอันนี้ไม่เหมาะเป็นงานเกษียณ
ตัวอย่างง่ายๆ ทำ Live เสร็จ ก็ตัดคลิปแยกแล้วโพสซ้ำเป็นต้น หรือโพสแล้วเอาไปใช้พูดซ้ำใน Live หรือ Live ทุกวัน วีคนี้มี 1 sponsor สัปดาห์หน้า 2 sponsor แต่ก็ยังทำงานเท่าเดิม จะเห็นว่ามันเป็นการ “เหนื่อย 1 ที” แต่ได้ผลหลายรอบ เสร็จ Live แล้วก็พักแบบที่คนเกษียณควรได้พัก(ฮา) อย่าไปตรากตรำเกิน
– ลงทุนหากำไรส่วนเพิ่ม อันนี้ต่างกับข้อ 1 ที่จะเป็นการลงทุนเพื่อหา cash flow มาชนค่าใช้จ่าย (เรียกว่า Core port ก็ได้) ซึ่งเมื่อ core port พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายหลักได้แล้ว ในข้อนี้ก็เหมือนเป็นการสร้างโบนัส รายได้เสริม รางวัลแห่งความพยายามที่มากขึ้นอีกนิด (เรียกว่า Satellite port)
ซึ่งมันก็เป็นผลลัพธ์มาจากกิจวัตรหาข้อมูลในการทำ Live ทุกเช้า ยิ่งเรารอบรู้ทุกตลาด ทุกสินทรัพย์ เราจะทำ asset allocation หาจังหวะทำตังค์ได้ไม่ยาก
แต่ข้อนี้เน้นว่า คุณควรมีฐานเงินลงทุนที่ใหญ่พอนะ เป็นหัวใจเลย ผลตอบแทน 1% หาไม่ยากนะ ทว่า 1% บน 10,000 บาท กับ 1% บน 1,000,000 บาท มันต่างกันมากๆในแง่ impact ต่อชีวิต ดังนั้นคุณต้องมีการออมที่ดีมาแล้วก่อนหน้า (จะแนะนำในข้อสุดท้าย)
– รายได้อื่นๆ พวกค่าเช่าบ้าน/คอนโดฯ ถ้ามีก็ดีนะ แต่ถ้าไม่ถนัดก็อย่ามีดีกว่า(ฮา) ไปทำในสิ่งที่เราถนัดน่าจะดีกว่า รายได้ส่วนนี้ของน้าไม่ได้-ไม่เสีย(รายได้เท่ากับเงินผ่อน) แต่เสียเวลา รู้งี้ไม่ยุ่งอสังหาฯดีกว่า ไม่เหมาะกับคนใจอ่อนแบบเรา(ฮา) นี่กำลังหาทางขายอยู่ ถือเป็นบทเรียน…. แต่ใครถนัดด้านนี้ก็เดินต่อได้นะครับ
จัดการหนี้สินให้เรียบร้อย
อย่าไว้ใจว่าจะได้เกษียนตอน 60 ขวบ โลกใบนี้มันเร็วมาก 50 ขวบก็โดนได้ และไม่รู้จะเร็วขึ้นหรือเปล่า สิ่งที่น้าทำคือ พอรายได้เริ่มหนาขึ้นในช่วงท้ายๆการทำงาน เช่น ค่ากินใช้รายเดือน 30% ของรายได้ ก็จะเก็บเงินสดไว้ 20% แล้วอีก 50% เน้นโป๊ะหนี้อย่างเดียว
ขณะที่ปีไหนมีโบนัส ก็จะกัน 10% ให้ครอบครัวเป็นรางวัลพวกเค้า อีก 90% ก็ฟาดโป๊ะหนี้ไปเลย นี่คือหน้าที่ของโบนัส ยิ่งคุณปิดหนี้ได้ไว คุณจะได้ออมถึงเดือนละ 70% ช่วยเร่งให้มีฐานเงินที่ใหญ่สำหรับสร้าง Core port และ Satellite port ยิ่งฐานใหญ่ คุณยิ่งจัดการง่าย
อีกเรื่องของข้อนี้คือการมี fixed asset (สินทรัพย์ถาวร) เท่าที่จำเป็นต้องใช้ ตายไปก็เอาไปไม่ได้ มีแค่ได้ใช้ก็พอ เอาเงินไปไว้ที่สินทรัพย์ลงทุนดีกว่า น้ามีอย่างละ 50 : 50 หวังว่าสินทรัพย์ลงทุนจะแซงไปไกลๆ สาธุ
หลักประกันห้ามขาด แต่ต้องมีแบบฉลาด
อะไรก็เกิดขึ้นได้ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เป็นสิ่งที่ต้องมี แต่เชื่อไหม ถ้าไม่ได้ออกจากงานนะ น้าก็ไม่รู้ว่าพอร์ตประกันเละเทะมาก
น้ามีกรมธรรม์ถึง 7 ฉบับ!! ซื้อเพราะรู้ว่ามันดี แต่ลืมดูความคุ้มค่า คราวนี้พอกำลังจะออกจากงาน ก็เอากรมธรรม์มานั่งเรียงดูก็พบว่า ค่าใช้จ่ายเบี้ยประกันกลายเป็นรายจ่ายสูงสุดของตัวเอง งานเข้าสิ!
วานน้องตัวแทนประกัน analyze ให้ดูหน่อยว่าไอ่ 7 เล่ม มันซ้อนทับ เกินจำเป็นอะไรยังไง ซึ่งผลออกมาคือ ตัดออกได้ 4 เล่ม โดยไม่ได้ทำให้ชีวิตแย่ลง!!
เจ็บแล้ว ก็ศึกษาต่อ ก็ได้เรียนรู้ว่า ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ในยุคนี้ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ดีเลย vs ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit link) เอาง่ายๆ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ให้ผลตอบแทน 1-2% ต่อปีตลอดสัญญา 10-20 ปี แพ้เงินเฟ้อ และโดนค่าเสียโอกาสมหาศาล
แต่ Unit link ด้วยเงินก้อนเดียวกัน ถ้าเราเอาความรู้ด้านการลงทุนที่มีไปใช้ ผลตอบแทน 7-10% ต่อปี ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เลือกให้เป็น จัดให้ถูกแค่นั้นเอง
Unit link เลยเป็นอาวุธชั้นดีของยุคนี้ เพราะได้ความคุ้มครองขนาดใหญ่ ได้ลงทุนไปด้วยไม่เสียโอกาส แถมส่งต่อเป็นมรดกได้อย่างดี โคตรเริ่ด เดี๋ยววิชาน้าแก่กล้าจะทำเป็น session เรื่องนี้ใน Live เลย มันดีมาก อยากให้รู้จัก
Mind set
ทั้ง 4 ข้อข้างต้น จะเดินไม่ได้เลยถ้าความคิดเริ่มต้นเราไม่ถูก ซึ่งสูตรที่ตลาดหลักทรัพย์ฯให้น้าไปสอนเด็กๆในต่างจังหวัดเมื่อก่อน คือ “หลัก 4 รู้”
รู้หา – หารายได้เสริมหลายทาง
รู้ใช้ – ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อการออมที่มากขึ้น
รู้เก็บ – ออมก่อนใช้
รู้ขยายดอกผล – ฉลาดลงทุน
ซึ่งน้าก็ใช้เป็นหลักมานานแล้ว ข้อที่สำคัญสุด คิดว่าเป็น “รู้เก็บ” เพราะเมื่อไรที่คุณหัด “ออมก่อนใช้” ก็ถือว่าคุณก็เริ่มนับ 1 ของการวางแผนเกษียณแล้วล่ะ
พอคุณทำข้อ 5 ได้ดี ข้อ 1-2-3-4 ก็คือขนม แนะอาจไปเน้นแก้หนี้ข้อ 3 ก่อนแล้วกระจายๆกันทำข้ออื่นๆเมื่อโอกาสมาเยือนนะครับ สู้ๆนะ
ปล. อันนี้คือ แผนดิบๆที่ใช้จริงนะ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกๆคน เริ่มต้นเร็วยิ่งปลอดภัย แต่ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะ เอาไปปรับใช้ตามสถานการณ์ของเพื่อนๆดูนะครับ![]()








