ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ประกาศใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อรับมือตลาดผันผวนจากประเด็น Reciprocal Tariff ระหว่าง 8-11 เมษายน 2568 โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการปรับปรุงเกณฑ์ Dynamic Price Band จากเดิม ±10% ให้แคบลงเหลือเพียง ±5% เพื่อควบคุมความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ในภาวะตลาดที่ผันผวนสูง
Dynamic Price Band คืออะไร?
Dynamic Price Band (DPB) คือ กรอบราคาระหว่างวันของหลักทรัพย์ที่กำหนดขึ้นโดยอ้างอิงจากราคาซื้อขายล่าสุดของหลักทรัพย์นั้น ๆ ไม่ใช่ราคาปิดของวันก่อนหน้าเหมือน Static Price Limit
การกำหนดกรอบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้ราคาขยับขึ้นหรือลงเกินกว่าระดับที่กำหนดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
เมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้น ราคาล่าสุดจะถูกใช้ในการคำนวณกรอบใหม่ทันที ทำให้ DPB เป็นกลไกที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของราคาได้แบบ Real-time
ตัวอย่างการคำนวณ Dynamic Price Band
สมมติว่าหุ้น A มีการซื้อขายล่าสุดที่ราคา 10.00 บาท ในช่วงที่ DPB ใช้เกณฑ์ ±5% กรอบราคาจะอยู่ที่ 9.50 – 10.50 บาท หากมีการซื้อขายที่ 10.30 บาท ต่อมา ระบบจะคำนวณกรอบใหม่เป็น 9.79 – 10.82 บาททันที จะเห็นว่ากรอบมันจะวิ่งไปเรื่อยๆ
แต่หากนักลงทุนพยายามส่งคำสั่งซื้อหรือขายนอกกรอบนี้ เช่น จะซื้อที่ 11.00 บาท (มักเกิดจากพวกขาใหญ่ ไม้ใหญ่ตูมๆ) ซึ่งจะเห็นว่าเป็นคำสั่งที่หลุดกรอบบน 10.82 บาท ล่าสุด
คำสั่งจะไม่ถูกส่งเข้าระบบ และตลาดจะทำการหยุดรับคำสั่งซื้อขายของหลักทรัพย์นั้น ๆ ชั่วคราวเป็นเวลา 2 นาที เพื่อให้มีเวลาปรับกรอบราคาใหม่และลดความผันผวนที่เกิดขึ้นฉับพลัน
ประโยชน์ของ Dynamic Price Band
- ลดความเสี่ยงจากคำสั่งผิดพลาด (Fat Finger): การจำกัดกรอบราคาแบบ Dynamic ช่วยกรองคำสั่งที่ผิดปกติหรือผิดพลาดจากผู้ลงทุน อารมณ์ว่า IC คีย์ผิด (ฮา)
- ป้องกันการปั่นราคา: นักลงทุนที่พยายามดันราคาขึ้นหรือลงอย่างรวดเร็วจะถูกจำกัดด้วยกรอบราคา จะทำให้ไล่หุ้นขึ้นเร็วๆไม่ได้ แตะปั๊บ มีเบรคหายใจ 2 นาที ให้ นักลงทุนได้ตั้งสติกัน
- เพิ่มเสถียรภาพของตลาด: โดยเฉพาะในช่วงที่ข่าวสารหรืออารมณ์ตลาดรุนแรง การมีกรอบราคาแบบ DPB ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวอย่างมีเหตุผลมากขึ้น หุ้นจะเคลื่อนช้าลง(ทั้งขึ้น และ ลง)
- ให้เวลานักลงทุนในการวิเคราะห์ข้อมูล: เมื่อราคาขยับไม่รวดเร็วเกินไป นักลงทุนจะมีเวลามากขึ้นในการประเมินและตัดสินใจ
ดังนั้นสรุปได้ว่า
Dynamic Price Band เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลความเป็นระเบียบและเสถียรภาพของตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ตลาดผันผวน
การที่ SET ปรับเกณฑ์แคบลงในช่วงเวลาสั้น ๆ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการควบคุมความเสี่ยงและปกป้องผู้ลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อนๆนักลงทุนควรทำความเข้าใจและติดตามกรอบราคาอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยมากที่สุดนะครับ


ฟังคลิปอธิบายจาก ตลท. ที่นี่ ครับ


พิมพ์ข้อความได้ที่นี่