เราจะได้ยินตามหน้าข่าวที่ ปธน.ทรัมป์ ใช้คำสั่งบริหาร หรือ Executive Order ทันทีหลังการเข้ารับตำแหน่งที่ผ่านมา ซึ่งเราอาจงงๆว่ามันใช่มติ ครม.ไหม หรือว่า มันไม่ต้องสภาเหรอ? วันนี้เรามาเรียนรู้เรื่องนี้กันครับ เพราะคิดว่าตลอด 4 ปีข้างหน้านี้ โลกเราคงเจอคำนี้อีกหลายครั้ง
คำสั่งบริหาร (Executive Order) เป็นคำสั่งที่ออกโดยประธานาธิบดีสหรัฐ เพื่อจัดการการดำเนินงานของรัฐบาลกลาง ซึ่งคำสั่งเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้คล้ายกฎหมาย และโดยปกติจะถูกใช้เพื่อสั่งการหน่วยงานของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามกฎหมาย หรือนโยบายที่รัฐสภากำหนด
คำสั่งบริหารนั้น ได้อำนาจมาจากรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ และกฎหมายที่รัฐสภาผ่าน ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เพื่อ
- กำหนดแนวทางการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่
- สั่งให้หน่วยงานของรัฐดำเนินงานในลักษณะเฉพาะ
- รับมือกับเหตุฉุกเฉินหรือประเด็นเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม คำสั่งบริหารก็มีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถออกกฎหมายใหม่ หรือจัดสรรงบประมาณโดยไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภา, ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายที่มีอยู่ และเป็นคำสั่งที่สามารถถูกตรวจสอบได้โดยศาล และถูกยกเลิกได้หากขัดต่อกฎหมาย
คำสั่งบริหาร ที่พบเห็นกันบ่อยๆ เช่น
- ความมั่นคงแห่งชาติ เช่น การจัดตั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง
- นโยบายเศรษฐกิจ เช่น การกำหนดภาษีนำเข้า หรือการคว่ำบาตรประเทศอื่น
- สิทธิพลเมือง เช่น การออกคำสั่งยกเลิกการแบ่งแยกเชื้อชาติในกองทัพ
- สาธารณสุข เช่น การกำหนดมาตรการกักกันโรคระบาด
และนี่คือตัวอย่างคำสั่งบริหารล่าสุดของทรัมป์หลังการสาบานตนเมื่อ 20 มกราคม ที่ผ่านมาครับ
- การกำหนดภาษีนำเข้า (เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2025) โดยทรัมป์ออกคำสั่งบริหารกำหนดภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากแคนาดา เม็กซิโก เป็น 25% และจีน 10%
- นิยามเพศในนโยบายของรัฐบาลกลาง (เมื่อ 20 มกราคม 2025) กำหนดให้ใช้คำว่า “เพศ” (sex) ตามลักษณะทางชีวภาพตั้งแต่เกิด แทนที่คำว่า “อัตลักษณ์ทางเพศ” (gender) และสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลาง ยกเลิกเอกสารและโครงการที่ส่งเสริมอุดมการณ์ทางเพศ รวมถึงยกเลิกนโยบายที่อนุญาตให้ประชาชนเลือกเพศในหนังสือเดินทางและวีซ่าเอง
งานนี้เชื่อว่า คงมีอะไรมาให้พวกเราได้ตื่นเต้นเรื่อยๆครับ เตรียมตัวให้ดี….


พิมพ์ข้อความได้ที่นี่