การเริ่มต้นทำงานครั้งแรกของชีวิต (First Jobber) นอกจากเรื่องการปรับตัวในที่ทำงานแล้ว อีกเรื่องที่ควรรู้คือการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะเป็นหน้าที่สำคัญของพลเมือง เรามาดูกันว่าเมื่อไหร่คุณต้องเริ่มจ่ายภาษี และต้องทำอย่างไรบ้าง
1. รายได้เท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี?
สำหรับคนทำงาน การเสียภาษีจะขึ้นอยู่กับ “รายได้สุทธิ” ซึ่งหมายถึงรายได้หลังหักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด หากรายได้สุทธิประจำปีเกิน 150,000 บาท คุณจะต้องเริ่มเสียภาษี โดยตัวเลขนี้มาจากอัตราเสียภาษีที่กำหนดว่า รายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาทแรกจะได้รับการยกเว้นภาษี
ตัวอย่าง:
- เงินเดือน 20,000 บาทต่อเดือน
- รายได้ทั้งปี = 20,000 × 12 = 240,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย (50% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) = 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท
รายได้สุทธิ = 240,000 – 100,000 – 60,000 = 80,000 บาท (ไม่ถึง 150,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี)
แต่หากคุณมีรายได้พิเศษ เช่น โบนัส ค่าโอที หรือรายได้เสริมอื่น ๆ ต้องนำมาคำนวณรวมด้วย เช่น
- โบนัส 30,000 บาท
รายได้ทั้งปี = 240,000 + 30,000 = 270,000 บาท รายได้สุทธิ = 270,000 – 100,000 – 60,000 = 110,000 บาท (ยังคงไม่ถึง 150,000 บาท)
2. การเริ่มทำงานระหว่างปี มีผลต่อการเสียภาษีไหม?
หากคุณเริ่มทำงานระหว่างปี เช่น เริ่มทำงานในเดือนมิถุนายน รายได้ทั้งปีของคุณจะน้อยกว่าการทำงานเต็มปี ซึ่งมีผลต่อการเสียภาษี
ตัวอย่าง:
- เริ่มงานเดือนมิถุนายน เงินเดือน 15,000 บาท
- รายได้ครึ่งปี (มิถุนายน-ธันวาคม) = 15,000 × 7 = 105,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย = 52,500 บาท (50% ของรายได้)
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว = 60,000 บาท
รายได้สุทธิ = 105,000 – 52,500 – 60,000 = -7,500 บาท (ไม่ถึง 150,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี)
อย่างไรก็ตาม หากคุณมีรายได้จากแหล่งอื่น เช่น ขายของออนไลน์หรือรับงานฟรีแลนซ์ คุณต้องนำรายได้ทั้งหมดมาคำนวณรวมกัน และอาจทำให้คุณต้องเสียภาษี
3. วิธีการคำนวณภาษีง่าย ๆ
สมมติว่าเงินเดือนของคุณทั้งปีทำให้รายได้สุทธิสูงกว่า 150,000 บาท และต้องเสียภาษี ตัวอย่างการคำนวณมีดังนี้:
- เงินเดือน: 30,000 บาท
- รายได้ทั้งปี: 30,000 × 12 = 360,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย: 100,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
รายได้สุทธิ = 360,000 – 100,000 – 60,000 = 200,000 บาท
อัตราภาษีสำหรับรายได้สุทธิ 200,000 บาท:
- 0-150,000 บาท: ยกเว้นภาษี
- 150,001-200,000 บาท: เสียภาษี 5% ของ 50,000 บาท = 2,500 บาท
ดังนั้น คุณต้องจ่ายภาษีปีนี้ = 2,500 บาท
4. สิ่งที่ First Jobber ต้องทำ
- ตรวจสอบเงินเดือนและรายได้: รู้ว่าเงินเดือนและรายได้รวมทั้งปีของคุณอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษีหรือไม่
- เก็บเอกสารสำคัญ: เช่น สลิปเงินเดือน ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) อันนี้แผนก HR จะส่งให้ประมาณเดือน มกราคม
- ยื่นภาษีประจำปี: ผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร (www.rd.go.th) ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไปครับ
5. คำถามที่พบบ่อย
Q: หากลาออกก่อนสิ้นปี ต้องยื่นภาษีไหม? A: ต้องยื่นนะ หากรายได้ทั้งปีเกิน 150,000 บาท หรือมีการถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย คุณอาจขอคืนภาษีได้
Q: โบนัสมีผลต่อการเสียภาษีอย่างไร? A: โบนัสนับเป็นรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณรวม และอาจทำให้รายได้สุทธิของคุณเกิน 150,000 บาท โดยจังหวะการได้โบนัส ถ้าตกในปีไหน จะถือว่าเป็นรายได้ในปีนั้น แม้ว่ามันจะเป็นการจ่ายจาก performance ในปีก่อนหน้าก็ตาม
Q: ถ้าทำงานฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีไหม? A: ต้องเสีย โดยนำรายได้สุทธิทั้งหมดมาคำนวณเหมือนรายได้ประจำครับ
การเสียภาษีอาจดูซับซ้อนในช่วงแรก แต่หากเข้าใจหลักการเบื้องต้นและปฏิบัติตามหน้าที่พลเมืองอย่างถูกต้อง คุณจะสามารถจัดการเรื่องภาษีได้อย่างง่ายดายและถูกต้องตั้งแต่ก้าวแรกในโลกการทำงาน!
เค้าว่ากันว่า สิ่งที่คนเราหนีไม่ได้ คือ โรคภัยไข้เจ็บ และ ภาษี ….


พิมพ์ข้อความได้ที่นี่