Quantum Computer คืออะไร เข้าใจง่ายๆ ใน 3 นาที

ช่วงนี้กระแส Quantum กำลังมา เรามาอธิบายกันต่อนะ คอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computer) เป็นเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลที่ล้ำยุคกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดยใช้หลักการ “กลศาสตร์ควอนตัม” ซึ่งแตกต่างจากคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ 4 เรื่องที่เราต้องเข้าใจ มีดังนี้


1. บิต (Bit) vs คิวบิต (Qubit)

  • คอมพิวเตอร์ทั่วไป ใช้ “บิต” (Bit) ในการเก็บข้อมูล ซึ่งมีค่าได้แค่ 0 หรือ 1 เท่านั้น
  • คอมพิวเตอร์ควอนตัม ใช้ “คิวบิต” (Qubit) ซึ่งสามารถเป็น 0, 1 และสถานะซ้อนทับ (Superposition) ที่ทั้ง 0 และ 1 พร้อมกันได้

ตัวอย่าง:

  • คอมพิวเตอร์ปกติทำได้แค่เลือกทางเดียว เช่น เปิดหรือปิดสวิตช์
  • คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถเปิดและปิดสวิตช์ได้พร้อมกันในเวลาเดียว สุดยอดมั้ยล่ะ

2. การทำงานแบบขนาน (Parallelism)

ด้วยความสามารถของ “สถานะซ้อนทับ” คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถประมวลผลข้อมูล “หลายทางพร้อมกันได้” นี่แหล่ะเลยทำให้แก้ปัญหาซับซ้อนได้เร็วกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปหลายเท่า

ตัวอย่าง:

  • การค้นหาข้อมูลในกองเอกสารล้านแผ่น คอมพิวเตอร์ปกติอ่านทีละแผ่น
  • แต่คอมพิวเตอร์ควอนตัมอ่านได้พร้อมกันทุกแผ่น ทำให้หาคำตอบได้เร็วขึ้นมาก นี่เลยทำให้เค้าเร็วกว่าเพื่อน

3. การพัวพันควอนตัม (Quantum Entanglement)

คิวบิตสามารถเชื่อมโยงกันได้ผ่าน “การพัวพันควอนตัม” ทำให้การเปลี่ยนแปลงของคิวบิตหนึ่งส่งผลต่ออีกคิวบิตได้ทันที ช่วยเพิ่มความเร็วและความสามารถในการคำนวณอีกด้วย โหดแสรดด


4. คอมพิวเตอร์ควอนตัมทำอะไรได้บ้าง?

  • การถอดรหัสข้อมูล: ทำลายการเข้ารหัสที่ปลอดภัยในปัจจุบัน สายขุดเหมือง crypto อาจมี disrupt นะแบบนี้
  • การจำลองโมเลกุล: ช่วยในการพัฒนายาและวัสดุใหม่ สุดยอดมาก
  • การคาดการณ์ทางการเงิน: วิเคราะห์ความเสี่ยงและการลงทุนที่ซับซ้อน พวก derivative ซับซ้อน ไม่น่าเหลือบ่ากว่าแรงแล้ว
  • AI และ Machine Learning: เพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ คราวนี้มันจะเจอในชีวิตประจำวันได้ละ

สรุป

คอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นเทคโนโลยีที่สามารถประมวลผลได้เร็วและทรงพลังกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป เพราะใช้ “คิวบิต” ที่มีสถานะซ้อนทับและการพัวพันควอนตัม ช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ในเวลาสั้นลง ซึ่งอาจพลิกโฉมโลกเทคโนโลยี การแพทย์ การเงิน และวิทยาศาสตร์ในอนาคต

หรือเข้าใจได้ง่ายๆ ภาษาบ้านๆก็คือ คอมพิวเตอร์ควอนตัมทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้เหมือน “คนหลายคนช่วยกันทำงาน” แทนที่จะทำทีละขั้นตอนเหมือนคอมพิวเตอร์ทั่วไปนั่นเองจ้า

ความเห็น

พิมพ์ข้อความได้ที่นี่